Friday, June 13, 2014

ไก่แดงผจญสุนัขจิ้งจอก




กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีแม่ไก่อยู่ตัวนึง
มันอาศัยอยู่ในกระท่อมในป่าลึก
แม่ไก่มีเพื่อนมากมายทั้งคุณนกฮูก กระรอกน้อย คุณกระต่าย
จะมีก็แต่เจ้าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เท่านั้น ที่จะคอยเฝ้าทำร้ายแม่ไก่ตลอดเวลา
เพราะมันหวังจะจับแม่ไก่กินเป็นอาหารนั่นเอง

และในวันนึงแม่ไก่ไปทำธุระข้างนอก
เป็นโอกาสดีจริง ๆ เลย แม่ไก่ไม่อยู่แถมลืมปิดประตูอีก
เดี๋ยวเราแอบเข้าไปข้างในดีกว่า

เมื่อแม่ไก่กลับเข้าบ้าน เพื่อจะทำกับข้าวกิน
เจ้าหมาจิ้งจอกก็ปรากฏตัวขึ้น
นี่เจ้าหมาจิ้งจอกเข้ามาในบ้านข้าได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ
ข้าอุตส่าห์เฝ้ารอแม่ไก่ตั้งนานแล้ว ข้าไม่มีทางออกไปหรอก
นอกจากจะให้ข้าจับเจ้ากิน

ว่าแล้วสุนัขจิ้งจอกก็วิ่งไล่จับแม่ไก่ แม่ไก่ว่องไวมาก
ทำยังไงสุนัขจิ้งจอกก็จับแม่ไก่ไม่ได้
จนแล้วจนเล่าแม่ไก่ก็ตกลงมาจากหลังตู้
สุนัขจิ้งจอกจึงตะครุบและจับใส่ในถุงที่เตรียมมา
และแบกถุงเดินทางไปที่บ้านของมัน
ยิ่งแบกมันก็รู้สึกหนักขึ้นทุกที ๆ
แม่ไก่บอกให้เจ้าสุนัขพักซะหน่อย
แล้วบอกว่า ถึงยังไงข้าก็หนีไปไหนไม่ได้ เจ้ามัดปากถุงไว้แบบนี้
พอถึงต้นไม้มันก็นอนพักเอาแรง

พอเจ้าสุนัขจิ้งจอกหลับไปแล้ว
แม่ไก่ก็เอากรรไกรที่พกติดตัวตลอดเวลา
ขึ้นมาตัดที่ถุงย่าม และหนีออกไป
ก่อนที่แม่ไก่จะไป
มันก็เอาก้อนหินมาใส่แทน และเย็บปากถุงไว้เหมือนเดิม

สุนัขจิ้งจอกตื่นขึ้นมา
และแบกถุงรีบไปที่บ้านของมันเพื่อจะจับแม่ไก่ต้มกิน
โดยที่ไม่รู้ว่าในนั้นมีก้อนหินอยู่แทน
พอถึงบ้านมันก็เอาหม้อมาต้มน้ำร้อน
ด้วยความที่มันหิวมาก
ไม่ทันดูว่าในถุงย่ามไม่มีแม่ไก่อยู่แล้ว มีก้อนหินก้อนใหญ่อยู่แทน
มันเปิดถุงย่ามและเทลงไป
ทำให้หม้อพลิกคว่ำลงจากเตาไฟ
น้ำร้อนที่เดือดพล่านได้รดไปที่ตัวสุนัขจิ้งจอก
และมันก็รีบวิ่งไปที่ลำธาร มันกระโดดไปในน้ำอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่นั้นมา มันก็กลัวความฉลาดของแม่ไก่
มันไม่คิดจะจับแม่ไก่กินอีกเลย
เพราะมันรู้แล้วว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

  
แหล่งที่มา  นิทานก่อนนอน, http://baby.kapook.com
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/550987335653020531/

Friday, May 23, 2014

เจ้าชายกับนักพับกระดาษ






             กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กน้อยคนหนึ่ง เป็นคนที่มีความสามารถในการพับอย่างน่าอัศจรรย์ แม้ครอบครัวของเด็กน้อยคนนี้จะเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจน แต่ตัวเขาก็หวังว่าสักวันหนึ่ง พรอสวรรค์น้อยๆ ของเขาจะช่วยให้พ่อแม่มีชีวิตที่สุขสบายขึ้นได้บ้าง

            อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าชายองค์น้อยซึ่งเป็นโอรสของพระราชา ทรงนึกอยากได้ของเล่นแปลก ๆ ใหม่ ๆ เป็นของขวัยวันเกิด พระราชา ผู้เป็นพ่อ จึงป่าวประกาศให้ประชาชนนำของเล่นสุดวิเศษมาประกวดประขันกัน ซึ่งหากของเล่นของใครเป็นที่ถูกใจเจ้าชายมากที่สุด พระราชาก็จะปูนบำเหน็จให้แก่คนคนนั้นเป็นรางวัลอย่างงาม

            เมื่อวันประกวดของเล่นมาถึง ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ต่างก็นำของเล่นที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจมาให้เจ้าชายทรงตัดสิน แต่หลังจากที่เจ้าชายทรงทดลองเล่นของเล่นจนเกือบครบทุกชิ้นแล้ว สายตาของทุก ๆ คนในงานต่างก็จับจ้องไปที่เจ้าของของเล่นชิ้นสุดท้าย ซึ่งก็คือเด็กน้อยที่ยืนกอดกระดาษแผ่นใหญ่เอาไว้แนบอก

            ผู้เข้าร่วมงานเกือบทุกคนพากันหัวเราะเยาะเมื่อทราบว่า กระดาษที่เด็กน้อยกอดอยู่นั้น ก็คือของเล่นที่เด็กน้อยตั้งใจจะส่งเข้าประกวด แต่ทันทีที่เด็กน้อยลงมือพับกระดาษของเขา กระดาษที่แสนธรรมดา ก็กลายสภาพเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ทุกคนต่างคาดไม่ถึง

            เด็กน้อยเริ่มแสดงฝีมือด้วยการพับกระดาษเป็นดอกไม้ จากนั้น เขาก็คลี่กระดาษออกแล้ว เปลี่ยนดอกไม้ให้กลายเป็นผีเสื้อ และเพียงชั่วพริบตาเดียวหลังจากนั้น เด็กน้อยก็เปลี่ยนผีเสื้อให้กลายเป็นนก แล้วเขาก็จัดการดัดแปลงนก จนเกิดเป็นมังกรมีปีกที่ดูสง่างามได้อย่างน่าพิศวง

            เด็กน้อยพับกระดาษอย่างไม่ยอมหยุดพัก ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต่างก็พากันอ้าปากค้างต่อสิ่งมหัศจรรย์ที่พวกเขาได้เห็นอยู่ตรงหน้า

            และแล้ว...เวลาในการตัดสินก็มาถึง เจ้าชายทรงถูกใจของเล่นของเด็กน้อยมากที่สุด พระองค์ทรงชอบ ที่กระดาษแผ่นเดียว สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตามจินตนาการได้ไม่รู้จบ ในที่สุด พระราชาก็มอบรางวัลมูลค่ามหาศาลให้แก่เด็กน้อย ตามที่พระองค์ได้สัญญาเอาไว้

            เด็กน้อยนำรางวัลทั้งหมดมอบให้พ่อกับแม่ของเขา แต่โอกาสในการแสดงความสามารถของเด็กน้อยยังไม่สิ้นสุด ลงเพียงเท่านี้ เพราะเจ้าชายยังคงขอให้เด็กน้อยมาเป็นผู้สอนการพับกระดาษแบบใหม่ ๆ ให้แก่พระองค์อยู่เสมอ และเมื่อเจ้าชายได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระบิดา พระองค์ไม่ลืมที่จะแต่งตั้ง "เพื่อนนักพับ" ของพระองค์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง "ของเล่น" เพื่อให้นักพับกระดาษ ระดับโลกผู้นี้มีโอกาสได้ใช้พรสวรรค์น้อย ๆ ของเขา บันดาลความสุขและสร้างสรรค์จินตนาการให้เกิดขึ้นแก่เด็กทุกคน เฉกเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงได้สัมผัสมาด้วยตัวของพระองค์เอง


แหล่งที่มา  KARN.TV, http://baby.kapook.com/view24324.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, October 29, 2013

สองตายายกับน้ำพุแห่งความอ่อนเยาว์



         กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีช่างตัดไม้ชราอาศัยอยู่กับภรรยาในกระท่อมเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่ ทุก ๆ วันช่างตัดไม้จะออกไปตัดไม้ในป่า ส่วนหญิงชราก็จะนั่งทอผ้าอยู่ที่บ้าน

          อยู่มาวันหนึ่งชายชราต้องการได้ไม้เนื้อพิเศษ เขาจึงต้องเดินทางลึกเข้าไปในป่ามากกว่าปกติ เพื่อค้นหาไม้พิเศษชนิดนั้น ระหว่างทางเขาสังเกตน้ำพุเล็ก ๆ ที่เขาไม่เคยพบมาก่อน น้ำนั้นทั้งใสทั้งเย็น จากการเดินทางที่ยาวนานและแสงแดดที่แผดร้อนจ้า ทำให้ช่างตัดไม้ชราก็รู้สึกกระหายเหลือเกิน เขาจึงถอดหมวกฟางบนศีรษะออก ทรุดลงนั่งข้างธารน้ำนั้น แล้ววักน้ำเย็นใสขึ้นดื่มอย่างกระหาย


          หยาดน้ำเย็นสดชื่นที่ไหลผ่านคอของเขาลงไป ทำให้ชายชรารู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอย่างน่าประหลาด พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองจากผิวน้ำ ชายชราจ้องมองเงานั้นอย่างประหลาดใจ นั่นคือใบหน้าของเขาเอง แต่มันช่างต่างจากใบหน้าที่เขาเห็น ยามส่องด้วยกระจกสำริดที่กระท่อมของเขาในทุก ๆ วันเหลือเกิน ภาพบนผิวน้ำสะท้อนให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีเค้าหน้าคล้ายคลึงกับตัวเขาเอง ชายชราค่อย ๆ ไล่มือขึ้นไปบนศีรษะ หัวที่เคยล้านโล่งบัดนี้มีผมขึ้นดกหนา ใบหน้าที่เคยมีผิวยับย่น บัดนี้กลับเรียบตึง แขนขาที่เคยลีบเปลี้ยอ่อนแรง ก็กลับรู้สึกถึงกล้ามเนื้อ พร้อมกับกำลังวังชาแบบคนหนุ่ม ชายชราเข้าใจขึ้นมาในบัดดล ชะรอยนี่ต้องเป็นธารน้ำแห่งความเยาว์วัยแน่นอน

 
          ช่างตัดไม้ชราที่บัดนี้กลายเป็นคนหนุ่มร้องออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อไปหาภรรยาของเขา คราวนี้เขาวิ่งได้เร็วกว่าครั้งไหน ๆ ที่เคยทำมา เมื่อกลับไปถึงกระท่อม หญิงชราตกอกตกใจที่มีคนแปลกหน้าเข้าไปในบ้านของเธอ ทำให้ช่างตัดไม้หนุ่มต้องอธิบายอยู่เสียนานกว่าเธอจะเข้าใจว่า ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็คือสามีของเธอนั่นเอง ช่างตัดไม้เล่าให้ภรรยาของเขาฟังเรื่องความมหัศจรรย์ของน้ำพุแห่งความอ่อนเยาว์ที่เขาได้ไปพบมา และขอร้องให้เธอไปที่น้ำพุแห่งนั้นกับเขาอีกครั้ง

          "ตาเฒ่าของฉันบัดนี้ได้กลับกลายเป็นคนหนุ่มไปเสียแล้ว และเขาคงจะไม่รักยายแก่อย่างฉันอีกต่อไป ไม่ได้การล่ะ ฉันจะต้องไปดื่มน้ำแห่งความเยาว์วัยนั้นบ้าง แต่มันคงจะไม่ดี หากเราทั้งสองออกไปด้วยกันแล้วทิ้งบ้านไว้ไม่มีคนดูแล เช่นนั้นเจ้าจงรออยู่ที่นี่ ระหว่างที่ฉันออกไปก็แล้วกัน"
กล่าวดังนี้แล้ว หญิงชราก็ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ตามทิศทางที่ช่างตัดไม้บอกไว้แต่เพียงลำพัง

          เมื่อเธอไปถึงยังน้ำพุซึ่งมีน้ำใสเย็นแห่งนั้น หญิงชราทรุดกายลงข้างธารน้ำ เธอก้มลงดื่มน้ำอึกแรกลงไป มันช่างเย็นสดชื่นอะไรเสียอย่างนี้ เธอจึงยิ่งดื่มน้ำเข้าไปมากขึ้น อึกแล้วอึกเล่า เงยหน้าขึ้นมาเพื่อหายใจแล้วก้มกลับลงไปดื่มน้ำต่ออีกครั้ง

          ช่างตัดไม้รอภรรยาของเขาอย่างกระวนกระวายใจอยู่ที่บ้าน เขารอคอยเวลาที่เธอจะกลับมาในร่างของหญิงสาวหน้าตาสะสวย อย่างที่เธอเคยเป็น แต่รอแล้วรอเล่าเธอก็ยังคงไม่กลับมาเสียที ด้วยความกังวล ช่างตัดไม้จึงตัดสินใจออกไปตามหาเธอ เขาปิดประตูหน้าต่างทุกบานในบ้านให้แน่นหนาและออกเดินทาง

          ชายหนุ่มมุ่งหน้ามายังน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ที่ซึ่งเขาคิดว่าจะต้องพบเธอที่นี่แน่นอน แต่กระนั้นก็หาได้มีวี่แววภรรยาของเขาแม้แต่น้อย ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับนั่นเอง พลันหูก็ได้ยินเสียงทารกร้องดังขึ้นมาจากพงหญ้าข้าง ๆ ธารน้ำนั้น เมื่อเขาเดินมาสำรวจ ก็พบกับเสื้อผ้าของภรรยากองอยู่ที่พื้นหญ้า ท่ามกลางกองเสื้อผ้า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของช่างตัดไม้หนุ่ม คือทารกหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง น่าจะวัยแบเบาะราว 6 เดือนเท่านั้น

 
          ช่างตัดไม้หนุ่มคิดอะไรไม่ออก ก้มลงอุ้มทารกน้อยนั้นไว้ในอ้อมแขน ค่อย ๆ ประติดประต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน นี่คงเป็นภรรยาของเขาแน่แท้ เธอคงดื่มน้ำที่ช่วยคืนความเยาว์วัยให้แก่ตัวเองมากเกินไป จึงได้ย้อนวัยกลับไปมากกว่าที่ควร แทนที่เธอจะกลับสู่วัยสาว กลับกลายเป็นทารกน้อยที่ดูแลตัวเองไม่ได้แบบนี้ ชายชราก้มลงดูทารกน้อยพลางคิดอย่างเศร้าใจ ทารกน้อยก็จ้องมองกลับมายังเขาด้วยแววตาหม่นหมองเช่นกัน ชายชราหันหลังกลับพร้อมกับเด็กน้อยในอ้อมแขน เดินกลับไปยังกระท่อมอย่างเศร้าสร้อย

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Sunday, July 7, 2013

กิ่งไม้กายสิทธิ์





         น้องเอ๋อเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีนิสัยซุกซนจนทำให้คุณแม่ต้องปวดหัวอยู่บ่อย ๆ

          วันหนึ่ง ตอนที่คุณแม่ไม่อยู่บ้าน น้องเอ๋อแอบฝืนคำสั่งของคุณแม่ด้วยการมุดรั้วออกไป เที่ยวในทุ่งหญ้า ที่คุณแม่เตือนนักเตือนหนาว่าอย่าเข้าไปเล่น น้องเอ๋อชอบทำอะไรแบบนี้เสมอ ขอให้ได้ดื้อสักหน่อย ถ้าคุณแม่จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน มันก็เป็นเรื่องที่สนุก และน่าตื่นเต้นมิใช่หรือ?


          ในขณะที่น้องเอ๋อกำลังเดินเล่นอยู่นั้น จู่ ๆ เธอก็เหลือบไปเห็นกิ่งไม้รูปร่างแปลกๆ วางอยู่บนหินก้อนใหญ่ โดยมีเศษหนังผืนเล็ก ๆ วางอยู่ติด ๆ กัน เมื่อน้องเอ๋อ เดินเข้าไปดูและอ่านข้อความบนแผ่นหนัง เธอก็พบความลับที่วิเศษสุด เพราะกิ่งไม้ที่เธอเห็นมันเป็นคทากายสิทธิ์ ที่สามารถเนรมิตให้เกิดอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา

          น้องเอ๋อดีใจและรีบนำคทากลับบ้าน เธอคิดเรื่องสนุก ๆ เอาไว้มากมาย และทันทีที่เธอเข้าไปในห้องครัวของคุณแม่ น้องเอ๋อ ก็เริ่มใช้คทาเสกให้ฝูงปลาทองลอยขึ้นมาจากอ่างน้ำ แล้วเนรมิตให้พวกมันสามารถว่ายเวียนไปในอากาศได้ด้วยอำนาจ ที่แสนอัศจรรย์ จากนั้น เธอก็ร่ายมนตร์ให้หม้อ กระทะ ตะหลิว พร้อมกับเหล่าเครื่องครัวทั้งหลาย ลุกขึ้นมาเต้นระบำกันจนเกิดเสียงดังสนั่น หวั่นไหวไปหมด เด็กน้อยเจ้าของกิ่งไม้กายสิทธิ์มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีความสุข เธอว่าคาถาต่อไปโดยบังคับให้กระป๋องแป้งลอยขึ้นไปบนฟ้า แล้วให้มันหมุนคว้างพร้อม ๆ กับโรยผงแป้งลงมาราวกับเป็นช่วงเวลาที่หิมะตก น้องหมากับเจ้าเหมียว ลื่นไถลบนพื้นห้องจนมอมแมมไปตาม ๆ กัน น้องเอ๋อสนุกกับการใช้คทาวิเศษ ในการทำเรื่องซุกซนจนบ้านยุ่งเหยิงชนิดที่ คุณแม่ต้องโกรธ จนควันออกหูแน่ ๆ แต่น้องเอ๋อไม่กลัวหรอก เพราะเธอรู้ว่า เธอสามารถใช้คทาวิเศษ เสกให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนที่คุณแม่จะกลับ มาได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง



        น้องเอ๋อ สนุกกับการใช้เวทมนตร์จนเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เมื่อน้องเอ๋อนอนหลับไปได้สักพัก ใครบางคนที่แอบมองน้องเอ๋อจากนอกหน้าต่าง ก็เปิดประตูบ้านและย่องตรงเข้ามาหา เจ้าเด็กน้อยจอมซนที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ บุคคลลึกลับที่ลอบเข้ามาในบ้านเป็นหญิงชรา ที่มีจมูกงุ้มและคางยื่นแลดูน่า เกลียดน่ากลัวมาก เธอมองเด็กน้อยพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างสมใจ จากนั้นเธอก็เอื้อมือที่เหี่ยวย่นออก มาเพื่อหยิบกิ่งไม้กายสิทธิ์ แล้วค่อย ๆ เดินจากไปอย่างเงียบเชียบ

          ตกเย็นน้องเอ๋อสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงของคุณแม่ร้องเรียก จากหน้าบ้าน เด็กน้อยรีบมองหาคทาวิเศษเพื่อเสกทุกอย่างให้กลับคืนสู่สภาพเดิม แต่อนิจจา! กิ่งไม้กายสิทธิ์กลับหายไปจากห้องนั้นเสียแล้ว

          เมื่อคุณแม่เปิดประตูเข้ามาเห้นสภาพภายในห้องครัว คุณแม่ตกใจจนร้องเจี๊ยก แถมยังอ้าปากค้างและทำตาโตเกือบ ๆ จะเท่ากับขนาดของไข่นกกระจอกเทศ เลยทีเดียว น้องเอ๋อ มองเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากหูของคุณแม่ ราวกับเป็นควันจากกาต้นน้ำที่เดือด ปุด ๆ คุณแม่คงโกรธเธอมาก น้องเอ๋อทำหน้าเหยเก และแล้ว...เด็กน้อยจอมซนก็เริ่มร้องไห้แง ๆ ก่อนที่คุณแม่จะลงมือตีก้นเธอเสียด้วยซ้ำ

            ที่นอกบ้าน แม่มดเจ้าเลห์แอบมองลอดหน้าต่างเข้าไปพร้อมกับ ฉีกยิ้มด้วยความสะใจ ในที่สุดแผนการต่าง ๆ ที่เธอวางไว้ก็สำเร็จตามความคาดหมาย

          "เด็กซน ๆ ต้องถูกตีก้นเสียให้เข็ด"

          แม่มดหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ จากนั้นเธอก็ขี้ไม้กวาดของเธอ แล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อหาโอากาสแกล้งเด็กซน ๆ ทั้งหลายให้ได้รับบทเรียนที่สาสมต่อไป

เรื่อง : นำบุญ นามเป็นบุญ 
แหล่งที่มา  http://baby.kapook.com, KARN.TV