Thursday, June 6, 2013

ผลแห่งความเมตตากรุณา




มีเด็กน้อยยากจนคนหนึ่งเที่ยวออกเร่ขายสิ่งของตามบ้านคนเพื่อแลกกับเงินค่าขนมไปโรงเรียน  วันหนึ่ง เด็กน้อยพบว่าเขาเหลือเงินอยู่แค่สลึงเดียวและเด็กน้อยก็รู้สึกหิวมาก  ดังนั้น เด็กน้อยจึงคิดว่าเขาจะเข้าไปเคาะประตูบ้านหลังถัดไปเพื่อขออาหารมาทาน  จริงๆ แล้ว เด็กน้อยไม่ชอบที่จะขออาหารนักหรอก แต่เด็กน้อยรู้สึกหิวมากๆ และคิดว่าเขาจะขออาหารครั้งนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  


เด็กน้อยเปลี่ยนความคิดในทันที เมื่อเห็นหญิงสาวสวยน่ารักเปิดประตูออกมา  เด็กน้อยขอน้ำแค่เพียงหนึ่งแก้วจากหญิงสาว  แต่เนื่องจาก หญิงสาวผู้นั้นเห็นเด็กน้อยท่าทางหิวโหย จึงนำนมแก้วใหญ่มาให้เด็กน้อยดื่ม  เด็กน้อยดื่มนมจนหมดแก้วและถามหญิงสาวว่า

ผมต้องจ่ายให้คุณเท่าไรฮับ

หญิงสาวตอบเด็กน้อยไปว่า  ไม่ต้องจ่ายจ๊ะ

แม่สอนฉันว่าอย่ารับเงินจากการที่เราให้ด้วยความเมตตากรุณา

เด็กน้อยรู้สึกสำนึกในบุญคุณเป็นอย่างมาก และพูดขึ้นว่า งั้นผมขอขอบคุณจากใจจริงฮับ

ขณะที่เด็กน้อยเดินจากบ้านหลังนั้นมานั้น  เขารู้สึกว่าไม่เพียงแต่ร่างกายของเขาที่แข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่จิตใจของเขาก็เข้มแข็งขึ้นด้วย   ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าที่เด็กน้อยจะเดินเข้าไปเคาะประตูของหญิงสาวผู้นั้น เด็กน้อยรู้สึกสิ้นหวังและกำลังจะล้มเลิกการขายสิ่งของเพื่อแลกกับเงินและคิดว่าคงต้องออกจากโรงเรียน  แต่ตอนนี้  เด็กน้อยมีกำลังใจที่เปี่ยมล้นและกำลังกายที่เต็มร้อย พร้อมจะกลับไปขายสิ่งของเพื่อแลกเงินเป็นค่าขนมไปโรงเรียนอีกครั้ง

หลายปีต่อมา  หญิงสาวผู้นั้นได้ล้มป่วยลงด้วยโรคร้ายแรง คุณหมอที่โรงพยาบาลประจำท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้ หญิงสาวจึงถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลใหญ่ในเมือง ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญในการตรวจและรักษาโรคร้ายแรงชนิดนี้  
นายแพทย์ผ่าตัดผู้โด่งดังของโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ถูกเชิญให้เข้ามาร่วมประชุมกับเหล่าแพทย์ทั้งหลายเพื่อหาทางรักษาหญิงสาวผู้นั้น  เมื่อนายแพทย์ท่านนั้นได้ยินชื่อเมืองที่หญิงสาวผู้นั้นถูกส่งมา เขาได้รีบตรงรี่ไปยังห้องพักผู้ป่วยที่หญิงสาวนอนรักษาตัวอยู่ทันที  ตอนที่เขาเดินไปเจอหญิงสาวนั้น เขาใส่ชุดคุณหมอ และเขาจำหญิงสาวผู้นั้นได้ในทันทีที่เห็นหน้า  เขาจึงได้ตัดสินใจทันทีที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อช่วยชีวิตของหญิงสาวให้ได้

หลังจากได้ใช้ความพยายามต่อสู้กับโรคร้ายมาเป็นเวลานาน  เขาก็ได้ช่วยหญิงสาวผู้นั้นให้ชนะกับโรคร้ายได้ในที่สุด  หญิงสาวผู้นั้นได้รับการรักษาอย่างเต็มพิกัด  เมื่อหญิงสาวผู้นั้นแข็งแรงและพร้อมที่จะออกจากโรงพยาบาลได้  คุณหมอก็ขอบิลค่ารักษาพยาบาลจากแผนกการเงินของโรงพยาบาลและส่งไปให้หญิงสาวที่ห้องพักผู้ป่วย 

ในตอนแรกนั้น หญิงสาวไม่กล้าที่จะเปิดดู เพราะเธอแน่ใจว่า ถึงแม้จะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตที่เหลือของเธอ ก็ไม่อาจจะหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดนี้ได้ 

แต่ในที่สุด  หญิงสาวก็ตัดสินใจเปิดดู และแล้วก็มีข้อความหนึ่งที่อยู่ด้านล่างของบิลค่ารักษาพยาบาลสะดุดตาเธอ ประโยคนั้น คือ.....

จ่ายทั้งหมดนี้ .... ด้วย นมหนึ่งแก้ว

นี่แหล่ะ....ผลแห่งความเมตตากรุณา





Tuesday, June 4, 2013

ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก




ชายคนหนึ่งกำลังเดินไปตามถนนและกำลังครุ่นคิดอยู่  ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้  เขาหยุดเดินและมองไปรอบๆ แต่เขาก็มองไม่เห็นใครที่อยู่บริเวณนั้นเลย  และเมื่อเขาออกเดินอีกครั้ง เขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้อีกเป็นครั้งที่สอง
 

เขาจึงลองไปดูที่หลังพุ่มไม้ จึงได้พบว่า มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งมุดหน้าร้องไห้อยู่  เขาจึงเอ่ยถามเด็กน้อยขึ้นว่า

เจ้าหนูร้องไห้ทำไมจ๊ะ?   แล้วหนูชื่ออะไรล่ะ?”
ผมชื่อแดง ผมหลงทางและหาแม่ไม่เจอฮับ
งั้นตามฉันมา เราจะไปตามหาแม่ของหนูกัน   ชายผู้นั้นจึงเดินจูงมือเด็กน้อยไปที่สถานีตำรวจ 

ชายผู้นั้นบอกให้เด็กน้อยนั่งลงและเขาก็นำอาหารมาให้เด็กน้อยทาน

เมื่อเด็กน้อยหยุดร้องไห้ คุณตำรวจจึงขอให้เด็กน้อยบอกรูปร่างลักษณะของแม่ของเด็กน้อยเพื่อจะได้ตามหาแม่ของเด็กน้อยต่อไป

เด็กน้อยบอกคุณตำรวจว่า แม่ของผมสวยมาก แม่ของผมเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก

คุณตำรวจจึงพาเด็กน้อยไปเจอผู้หญิงที่สวยๆ ในละแวกนั้น แต่เด็กน้อยบอกคุณตำรวจว่า บรรดาผู้หญิงที่สวยๆ เหล่านั้น ไม่ใช่แม่ของเด็กน้อยเลย  แต่เด็กน้อยยังคงยืนยันว่า แม่ของเด็กน้อยสวยมาก

หลังจากที่เดินตามหากันเป็นเวลานาน คุณตำรวจก็นำเด็กน้อยกลับมาที่สถานีตำรวจ และก็คิดว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

และแล้ว มีหญิงยากจน ร่างกายผ่ายผอม ผมเผ้ายุ่งเหยิง แวะเข้ามาที่สถานีตำรวจ เพราะเธอได้ยินมาว่าคุณตำรวจกำลังช่วยเด็กน้อยตามหาแม่อยู่  หญิงคนนั้นแจ้งทางคุณตำรวจว่าเธอกำลังตามหาลูกชายอยู่และสงสัยว่าเด็กน้อยคนนั้นจะเป็นลูกชายของเธอ

เมื่อเด็กน้อยเห็นหญิงคนนั้น ก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ  คุณตำรวจมองหญิงคนนั้นและเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความเข้าใจ

สำหรับเด็กน้อยแล้ว แม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกเพราะแม่ของเขาได้ให้ทั้งความรักและการดูแลเอาใจใส่แก่เขาเป็นอย่างดี   เด็กน้อยไม่ได้มองแม่ของเขาที่หน้าตา แต่เด็กน้อยมองเข้าไปที่หัวใจซึ่งเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้แก่เขา

ใช่เลย.... แม่ คือ "ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก" สำหรับเด็กน้อยจริงๆ




Tuesday, May 28, 2013

การทำงานเป็นทีม คือ เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ



กาลครั้งหนี่งนานมาแล้ว  เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในป่าแห่งหนึ่ง  บรรดาผู้คนและเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันวิ่งหนีเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้  นกเค้าแมวก็กำลังบินหนีเช่นกัน 

ในขณะที่นกเค้าแมวกำลังบินอยู่นั้น นกเค้าแมวเหลือบไปเห็นนกน้อยตัวหนึ่งบินกลับไปยังจุดที่มีไฟไหม้ป่า  นกเค้าแมวรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก จึงหยุดยืนเกาะที่กิ่งไม้ๆ หนึ่ง เพื่อจะเฝ้าดูด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าทำไมนกน้อยตัวนั้น จึงบินตรงไปยังจุดที่ไฟกำลังไหม้อยู่

นกเค้าแมวยังได้สังเกตุเห็นอีกว่า นกน้อยตัวนั้นบินด้วยความเร่งรีบกลับไปกลับมาระหว่างแม่น้ำใกล้ๆ บริเวณนั้นกับจุดที่ไฟไหม้  ด้วยความสงสัย นกเค้าแมวจึงบินตรงไปยังนกน้อยตัวนั้นทันที

เมื่อบินเข้าไปใกล้ นกเค้าแมวจึงได้เห็นว่าที่นกน้อยตัวนั้นบินไปที่แม่น้ำ ก็เพื่อไปอมน้ำใส่ปากแล้วบินกลับไปยังจุดที่ไฟไหม้ และบ้วนหยดน้ำอันน้อยนิดนั้นลงไปในกองไฟ

นกเค้าแมวเห็นดังนั้น จึงบินขยับเข้าไปใกล้นกน้อยตัวนั้นอีก และถามขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า 

"นั่นเธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?  เธอโง่รึเปล่านะนั่น ที่กำลังจะดับไฟป่าด้วยวิธีการเช่นนั้นน่ะ  อันที่จริง เธอน่าที่จะหนีเพื่อเอาชีวิตรอดดีกว่านะ"

นกน้อยได้ฟังดังนั้น ก็หยุดบินชั่วขณะและหันไปมองที่นกเค้าแมวและตอบว่า

"ฉันคิดว่าฉันจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้"

นกเค้าแมวชอบใจความคิดของนกน้อยนี้  นกเค้าแมวจึงตัดสินใจช่วยนกน้อยอีกแรง และแล้วในที่สุดบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ และผู้คนทั้งหลาย ก็เข้ามาร่วมมือกันดับไฟป่าในครั้งนี้

จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ทุกคนยังจำได้ดีถึงวีรกรรมของนกน้อย นกเค้าแมว และบรรดาสัตว์และผู้คนมากมายที่ร่วมมือกันดับไฟป่าได้สำเร็จ

พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันและร่วมมือกันทำในสิ่งนั้นๆ เราก็จะสามารถประสบความสำเร็จและบรรลุถึงเป้าหมายได้ในที่สุด ดังคำกล่าวที่ว่า "การทำงานเป็นทีม คือ เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ" จริงๆ

Saturday, May 25, 2013

ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอก




สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเดินผ่านมาเห็นไก่ฟ้าเกาะอยู่บนกิ่งไม้สูง ข้างทาง มันอยากจะกินไก่ฟ้าเป็นยิ่งนักจึงคิดหาอุบายเเล้วเอ่ยขึ้นว่า 

"ไก่ฟ้าเอ๋ย ท่านช่างเป็นสัตว์ที่งดงามนัก ปีกของท่านมีสีสัน สดใสหลายสี ปากก็งดงามไม่เหมือนใคร อยากรู้จังว่าถ้าท่าน หลับตา เเล้วยังจะงามอยู่หรือไม่" 


ไก่ฟ้าได้ฟังคำยกยอก็หลงเคลิบเคลิ้ม รีบหลับตาอวดทันที สุนัขจิ้งจอกก็รีบฉวยโอกาสนั้นกระโดดงับตัวไก่ฟ้าไว้ได้ 

เมื่อไก่ฟ้าพลาดท่า เเต่ก็ยังมีสติ จึงเอ่ยขึ้นว่า 

"จิ้งจอกเอ๋ย ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงอันไพเราะของท่าน อีกครั้งได้ไหม" 

สุนัขจิ้งจอกได้ฟังคำป้อยอก็หลงกล รีบอ้าปากเห่าคำราม ไก่ฟ้าจึงรีบบินหนีจากไปทันที 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คำยกยอปอปั้นทำให้คนหลงเคลิบเคลิ้มจนไม่ระวังตนได้เสมอ 

แหล่งที่มา  http://tinyzone.tv/BedStoryDetail.aspx?ctpostid=132#bedtime