Monday, March 4, 2013

นิทานก่อนนอน....นิทานใบไม้



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดอกไม้และใบไม้ยังไม่ได้รวมอยู่บนต้นเดียวกันอย่างเช่นทุกวันนี้ มันต่างก็แยกกันอยู่ อีกทั้งเหล่าใบไม้ก็ไม่ได้มีแต่สีเขียว หากแต่มีหลากหลายสีสันงดงามนัก
 
..แต่ดอกไม้กลับมีเพียงสีขาวเท่านั้น ใบไม้รวมอยู่กับหมู่ใบไม้ด้วยกัน มีแต่ความร่าเริง มีนิสัยรักสนุก ต่างจากดอกไม้ที่อยู่อย่างเงียบเหงา เดียวดาย แม้จะอยู่รวมกันคุยกันกับหมู่ดอกไม้ด้วยกัน แต่ดอกไม้แต่ละดอกต่างมีความคิด และวาดฝันเป็นของตัวเอง เธอเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร 

บ่อยครั้งที่เธอมองไปที่ใบไม้ แล้วนึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของสีสันสวยงามนั้นบ้าง แต่ดอกไม้ดอกเล็กและเสียงเบาเกินกว่าที่จะเรียกใบไม้ให้หันมา
 
กระทั่งวันหนึ่ง ... ใบไม้เกิดรู้สึกเบื่อสีสันของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นดอกไม้น้อยสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งเข้า ใบไม้ไม่รู้จักสีขาวมาก่อน เขาไม่รู้ว่าสีขาวเป็นอย่างไร เพราะใบไม้ต่างก็มีสีสันกันทุกใบ 

ใบไม้เกิดหลงใหลในความอ่อนหวานละมุนละไมของดอกไม้น้อยในทันที แต่ในความอ่อนหวานนั้นดูเหมือนจะมีความเหงาแฝงอยู่ด้วย ใบไม้จึงเข้าไปถามดอกไม้ว่า
 
"ดอกไม้ เธอช่างมีสีขาวสวยเหลือเกินแต่ทำไมเธอจึงดูเงียบเหงาอย่างนี้เล่า" ดอกไม้น้อยแหงนมองใบไม้กิ่งใหญ่ แข็งแรงก่อนจะตอบกลับไปว่า
 
"สีขาวซีดอย่างนี้หรือสวย ฉันอยากจะมีสีสันอย่างเธอบ้างจัง มันคงจะทำให้ฉันมีชีวิตชีวาขึ้นมาก"
 
ใบไม้ได้ฟังแค่นั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องช่วยเหลือ ดูแล และปกป้องดอกไม้น้อยดอกนี้ เขาจึงบอกเธอไปว่า
 
"มาซิดอกไม้ ฉันช่วยเธอได้นะ ถ้าเพียงเธอมาอยู่กับฉัน ฉันจะทำให้เธอมี ชีวิตชีวาขึ้นเอง"
 
ดอกไม้น้อยไม่รอช้ารีบตอบตกลงในทันที เมื่อดอกไม้ไปอยู่กับใบไม้แล้ว ใบไม้ก็ให้การดูแลเธออย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำเพื่อเธอ ถ่ายทอดออกมาเป็นสีสันสวยงามให้กับดอกไม้
 
แล้ววันหนึ่งเมื่อดอกไม้น้อยมองลงไปในลำธาร เธอก็เห็นเงาตัวเองเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีสวยที่มีชีวิตชีวา แต่เมื่อหันไปมองที่ใบไม้ เขากลับกลาย เป็นสีเขียวที่ดูอบอุ่นนัก ดอกไม้น้อยถามใบไม้ว่า
 
" ใบไม้ นี่ฉันแย่งสีสันในชีวิตเธอมารึเปล่านะ "
ใบไม้ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า
" ไม่หรอก ทุกวันนี้เธอคือสีสันในชีวิตฉัน ฉันไม่ต้องการสีสันอะไรอีกแล้ว"
ฉันมีเพียงความสบายใจที่ได้เห็นเธอมีความสุข"  

จากนั้นมา ดอกไม้กับใบไม้ก็อยู่ร่วมกันเป็นต้นไม้ที่อบอุ่น บนรากของความรัก ที่หยั่งลึกลงไปใน
ผืนดินของหัวใจ
 
ด้วยเหตุนี้ ใบไม้จึงมีสีเขียว สีเขียวที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา เพราะเมื่อเรามองดูสีเขียวเมื่อไร เราจะรับรู้ได้ถึงความสบายใจของใบไม้ที่เห็นดอกไม้น้อยของเขามีความสุข 

ส่วนดอกไม้ขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ อ่อนหวาน ละมุนละไมนั้น ดอกไม้คงไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้หายไป จึงยังคงมีดอกไม้สีขาวให้เราเห็นมาจนทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน ...


แหล่งที่มา   http://bouck.exteen.com

Friday, February 22, 2013

หมาป่ากับหมาจิ้งจอก



          หมาป่ากับหมาจิ้งจอกในป่าสูงแห่งหนึ่งนั้น เมื่อมันได้สาบานตัวเป็นเพื่อนตาย ไม่ทำอันตรายต่อกันและช่วยกันทำมาหากิน โดยหมาจิ้งจอกมีหน้าที่ไล่ต้อนสัตว์ป่าที่จะมาเป็นอาหาร ส่วนหมาป่าร่างใหญ่ ก็คอยจับสัตว์ป่าเหล่านั้น แล้วแบ่งกันกินอย่างอิ่มหนำสำราญทุกวันไป สมเป็นเพื่อนตายโดยแท้

         แต่อยู่มาไม่ช้าไม่นาน ก็ถึงฤดูกาลอันบังเกิดความแห้งแล้งกันดารทั่วไปในป่านั้น บรรดาสัตว์ป่าทั้งหลายเดือดร้อนเหลือประมาณ เพราะอาหารหายากยิ่งขึ้นทุกวัน หมาป่า กับหมาจิ้งจอกนั้น ถึงกับอดอาหารสองวันสามวันบ่อย ๆ ตลอดมา

         ในที่สุดหมาป่าไม่สามารถทนหิวได้ จึงกระโจนเข้ากัดหมาจิ้งจอกเพื่อนตายของมัน เพื่อหวังกินเป็นอาหารจะได้พ้นจากความตายเพราะไม่มีอะไรจะกิน หมาจิ้งจอกก็ดิ้นร้องขึ้น ก่อนจะกลายเป็นอาหารของหมาป่า ว่า...

        "เจ้าเพื่อนตายของข้า คำสาบานของเจ้าเอาไปทิ้งเสียที่ไหนเล่า?"

         "เจ้าหน้าโง่ เจ้าเคยเห็นคำสาบานหรือไฉน...ใครบอกเจ้าว่าโลกนี้มีคำสาบาน
คำสาบานเป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ครั้นพูดออกไปแล้วก็ไม่มีตัวตน หรือแม้แต่เงาก็ไม่มี"

         ว่าแล้วหมาป่าก็กินหมาจิ้งจอก เป็นอาหารแก้หิวในมื้อนั้นเอง

         นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ไม่มีคำมั่นสัญญาในหมู่โจร"


แหล่งที่มา  กระปุกดอทคอม  / KARN.TV

Wednesday, February 20, 2013

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์



มีหมู่บ้านน่ารักๆ แห่งหนึ่ง มีหญิงหม้ายคนหนึ่ง อาศัยอยู่ในกระท่อมกับลูกชายชื่อ แจ็ค วันหนึ่งนางเรียกลูกชายเข้ามาหา แล้วพูดว่า 

"ลูกจงเข้าไปในเมือง เอาแม่วัวของเราไปขายที่ตลาด เราจะได้เอาเงินมาซื้อเสื้อผ้า และอาหาร" 

แจ็คเสียดายแม่วัวที่เคยเลี้ยง แต่ก็ต้องทำตามที่แม่สั่ง เพราะไม่มีเงินซื้ออาหาร

ในขณะที่แจ็คเดินจูงวัวเข้าในเมือง ระหว่างทางเขาพบชายแก่คนหนึ่ง ชายแก่คนนั้น มีเมล็ดถั่วหลากสีอยู่ในมือ 

ชายแก่ถามแจ็คว่า "หนูจะจูงแม่วัวไปที่ไหน" 
แจ็คก็บอกกับชายแก่ว่า "แม่ต้องการเงิน จึงต้องเอาแม่วัวตัวนี้เข้าไปขาย ที่ตลาดในเมือง"

แจ็คเห็นเมล็ดถั่วสวยๆ จึงถามแลกแม่วัวกับเมล็ดถั่วของชายแก่ เมื่อแลกกันเสร็จแล้ว 

ชายแก่บอกว่า "เมล็ดถั่วนี่ไม่ใช่เมล็ดถั่วธรรมดา แต่เป็นเมล็ดถั่ววิเศษ ที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน"

แล้วทั้งสองก็แยกทางกัน แจ็คกลับมาถึงบ้าน รีบเอาถั่ววิเศษไปอวดแม่ 

พูดว่า "แม่จ๋า ดูถั่ววิเศษในถุงนี่สิ" 
แต่แม่ไม่ได้สนใจ กลับถามแจ็คว่า "ขายแม่วัวได้เท่าไร" 
แจ็คตอบว่า "ลูกแลกแม่วัวกับถั่ววิเศษถุงนี้แหละ" 

แม่ทราบดังนั้น โกรธมาก หยิบถุงถั่วจากมือแจ็ค ขว้างออกไปทางหน้าต่าง พอรุ่งเช้า แจ็คตื่น
ขึ้นมามองออกไปทางหน้าต่าง เขาแปลกใจมาก ที่เห็นต้นถั่วต้นใหญ่ ขึ้นอยู่ใกล้บ้าน ต้นถั่วยักษ์นี้ จะต้องเป็นต้นถั่วที่เกิดจากเมล็ดถั่ววิเศษที่แม่ของแจ็คขว้างออกไปทางหน้าต่าง อย่างแน่นอน 

ต้นถั่วยักษ์ต้นนี้ช่างสูงจริงๆ สูงจนมองไม่เห็นยอด แจ็คปีนขึ้นไปจนสุดยอด ที่นั่นเขาพบปราสาทของยักษ์ตัวหนึ่ง แจ็คเดินเข้าไปในปราสาท พบหญิงแก่คนดูแลปราสาท หญิงแก่เตือนแจ็คด้วยความหวังดีว่า ให้รีบกลับไปโดยเร็วก่อนที่ยักษ์เจ้าของปราสาทจะกลับมาเห็นแล้วจับแจ็คกินเป็นอาหาร 

แจ็คตอบว่า "ปีนขึ้นมาเหนื่อยเหมือนกัน ขอหยุดพักสักประเดี๋ยวเถิด" 

หญิงแก่จึงให้แจ็คหลบซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ฝ่ายยักษ์ใหญ่เจ้าของปราสาทเดินเข้ามาในปราสาท ทำจมูกฟุตฟิตๆ 

แล้วพูดว่า "ฉันได้กลิ่นมนุษย์" 
หญิงแก่จึงค้านว่า "ไม่ใช่หรอก ฉันย่างหมูไว้ให้ท่านมื้อเย็นนี้ต่างหาก"

เมื่อยักษ์กินอาหารเสร็จเรียบร้อย ก็สั่งให้หญิงแก่อุ้มแม่ไก่ทองมาไว้บนโต๊ะ 

"ออกไข่เดี๋ยวนี้" ยักษ์ร้องลั่น 

ทันใดนั้น แม่ไก่ก็ออกไข่ทองคำมาฟองหนึ่ง จากนั้นยักษ์ก็สั่งให้หญิงแก่นำถุงทองมาให้ ยักษ์เปิด
ปากถุงแล้วคว่ำลง มีเหรียญทองร่วงออกมามากมาย เสร็จแล้วยักษ์ก็ให้หญิงแก่นำพิณทองมาให้อีก เมื่อวางพิณทองลงบนโต๊ะ พิณทองก็เริ่มบรรเลงอย่างไพเราะ ยักษ์นั่งดูสมบัติอย่างอิ่มเอมใจ ยักษ์ดื่มเหล้าจนหมดขวด และหลับไปในที่สุด 

"เร็วเข้าแจ็ค รีบหนีเร็ว" หญิงแก่กระซิบ 

เอาของเหล่านี้ไปด้วย ของเหล่านี้เป็นสมบัติของพ่อเธอทั้งสิ้น ยักษ์ตัวนี้เป็นคนฆ่าพ่อของเธอตาย แล้วแย่งเอาสมบัติของพ่อเธอมา แจ็คเก็บเอาเหรียญทองใส่ในถุง อุ้มแม่ไก่ และหยิบพิณทองขึ้นมาจากโต๊ะ รีบวิ่งออกไปจากปราสาทโดยเร็ว
เสียงพิณทำให้ยักษ์ตื่น เมื่อเห็นของบนโต๊ะหายไปหมด ยักษ์ก็ออกวิ่งตามแจ็คไปในทันที แจ็ควิ่งตรง
ไปที่ต้นถั่ว รีบไต่ลงไปตามต้นถั่ว แจ็คมีรูปร่างเล็กกว่า จึงปีนได้อย่างรวดเร็ว พอใกล้จะถึงพื้นดิน เขาตะโกนให้แม่ช่วย 

"แม่จ๋า ช่วยด้วย หยิบขวานให้ลูกที" 

แม่ของแจ็คได้ยินก็รีบหยิบขวานส่งมาให้แจ็ค แจ็คได้ขวานก็ฟันฉับๆ ลงไปที่โคนต้นถั่ว ในที่สุดต้นถั่วก็ล้มฟาดกับพื้นดิน ยักษ์ตกลงจากต้นถั่ว หัวทิ่มดินตายสนิท และตั้งแต่นั้นมา แจ็คกับแม่ของเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

  
แหล่งที่มา  http://gdc.in.th

Tuesday, February 19, 2013

ฝูงนกกับแรดใจร้าย

          นานมาแล้วในป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนกจำนวนมากมาอาศัยสร้างรังกันอยู่บนต้นไม้ นกหลายชนิดที่อาศัย ณ ที่นี้มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ

          จนในวันหนึ่ง มีแรดตัวหนึ่งเดินเข้ามาในป่าแถบนั้น มันเห็นว่ามีนกมากมายอาศัยอยู่บนต้นไม้ แรดผู้กำลังหิว จึงเอานอของมันกระแทกไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง จนรังของนกสีเขียวที่อยู่บนต้นไม้นั้นตกลงมา จากนั้นมันจึงกินลูกนกตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในรังนั้น แม่นกสีเขียวโกรธมาก แต่มันไม่สามารถทำอะไรแรดตัวนั้นได้ เมื่ออิ่มจากการกินลูกนกแล้ว แรดก็เดินจากไป บรรดานกทั้งหมดจึงพร้อมใจกันมาประชุมหารือกัน นกสีแดงออกความเห็นว่า

          "แรดตัวนี้จะต้องหวนกลับมาอีกแน่นอน พวกเราต้องร่วมมือกันขับไล่มันไป" 
          แต่นกสีเขียวแย้งว่า "ไม่เอาหรอก แรดตัวนั้นใหญ่โตและแข็งแรงนัก"
          "ใช่ ๆ พวกเราคงทำอะไรมันไม่ได้หรอก" นกสีเหลืองเห็นด้วย

          ด้วยเหตุที่นกเหล่านี้ชอบขัดแย้งกันอยู่เป็นประจำ พวกมันจึงไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนกสีแดง ทำให้ไม่มีใครเตรียมรับมือกับแรดตัวนั้นเลย เมื่อไม่มีใครเห็นด้วย นกสีแดงผัวเมียจึงปรึกษากันว่า "เราคงต้องช่วยตัวเองแล้วล่ะทีนี้" ว่าแล้ว ทั้งสองก็ช่วยกันย้ายรังของมันไปอยู่บนต้นไม้ที่สูงขึ้นไปบนหน้าผา ซึ่งแรดไม่มีทางไปถึงได้เลย

          วันรุ่งขึ้น แรดตัวเดิมก็กลับมาอีก คราวนี้มันเอานอของมันชนกระแทกไปยังต้นไม้ที่นกสีเหลืองอาศัยอยู่ ทำให้รังของนกสีเหลืองตกลงมา จากนั้นมันจึงวิ่งชนต้นไม้อื่น ๆ อีกหลายต้น ลูกนกและไข่ในรังที่ร่วงหล่นลงมาล้วนตกเป็นอาหารของแรดจนหมดสิ้น บรรดาพ่อแม่นกต่างพากันเสียใจ ที่ไม่คิดหาทางรับมือกับแรดตัวนี้ไว้เสียแต่แรก ในขณะเดียวกัน ครอบครัวของนกสีแดงที่เตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้าแล้ว กลับมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย


โดย : คุณครูเบญจมาศ อยู่เชื้อ
โรงเรียนศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย
แหล่งที่มา  http://baby.kapook.com