Wednesday, February 13, 2013

นิทานวันวาเลนไทน์



แนะนำว่า ลอง ให้ ขนมครก เป็นของขวัญวาเลนไทน์สิคับ อ๊ะๆอย่าพึ่ง งง ว่าทำไม เรื่องราวมันมีว่ายังงี้คับ

มี ชาย หญิงคู่นึงรักกันมาก ผู้ชายชื่อกะทิ ผู้ ญ ชื่อ แป้ง แต่เนื่องจากว่าผู้ ญ มีฐานะที่ร่ำรวยกว่า พ่อของฝ่าย ญ จึงกีดกันคนทั้งสอง และบังคับให้ลูกสาวไปแต่งงานกับคนที่ร่ำรวย แต่แป้งไม่ยอม จึงวางแผนกับกะทิที่จะหนีไปด้วยกัน
 
เรื่องนี้ทราบถึงหูของพ่อฝ่าย ญ จึงได้มีการวางแผนที่จะฆ่าไอ้กะทิ คู่รักของลุกสาวด้วยการแอบขุดหลุมพรางไว้ ยามที่จะมาหาแป้งลูกสาวของตนเพื่อที่จะพาหนีไปด้วยกัน
 
ในค่ำคืนนั้นเองที่ทั้งสองคนนัดกันหนี ไอ้กะทิมาหาแป้งตามคำสัญญา แต่เรื่องราวกลับไม่เป้นอย่างที่พ่อฝ่าย ญ คิดไว้ คนที่ตกหลุมพรางนั้นกลับเป็นแป้ง ลูกสาวของตนเอง กะทิเสียใจมากที่แป้งต้องมารับเคราะห์แทนตน จึงได้กะโดดลงไปในหลุมพรางนั้นเพื่อไปตายกับแป้ง
 
เรื่องราวความรักของทั้งสองแพร่สะพัดไปทั่ว จนมีคนคิดที่จะทำขนมออกมา โดยใช้กะทิกับแป้งผสมให้เข้ากัน แต่งรสชาติอิกนิดหน่อยด้วยความหวานเพื่อหมายถึงความรัก แล้ว ประกบคู่กัน หมายถึงกะทิกับแป้งที่จะอยุ่กันไปชั่วนิรันดร์แล้วได้ตั้งชื่อขนมนี้ว่า ขนมครก ซึ่งย่อมาจากคำว่า คน รัก กัน ( ค. ร. ก.)



แหล่งที่มา  http://pha.narak.com

Friday, February 8, 2013

กบสาวแต่งงาน



            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานอยู่ด้วยกันมานานแต่พวกเขาก็ไม่มีลูก พวกเขาอยากมีลูกมากจึงสวดมนต์ต่อเทวดาวิงวอนขอให้ได้ลูกสักคน และแล้ววันหนึ่งความฝันของทั้งคู่ก็เป็นจริงเมื่อทั้งสองเปิดประตูบ้านในตอน เช้า ก็พบตระกร้าเล็ก ๆใบหนึ่งวางอยู่หน้าบ้าน

           
ในตะกร้านั้นมีกบน้อยตัวหนึ่งนอนตาใสแป๋วอยู่ สองสามีภรรยานึกเอ็นดูจึงเลี้ยงดูกบตัวนั้นเป็นลูกสาวและดูแลสั่งสอนทุกสิ่ง ทุกอย่างที่มนุษย์ทำให้แก่เธอ กบสาวเธอชอบร้องเพลงมาก ที่น่ามหัศจรรย์คือเธอมีน้ำเสียงไพเราะ หวานใส จนทำให้ผู้คนละแวกนั้นพากันคิดว่าเจ้าของเสียงต้องเป็นหญิงสาวแสนสวยแน่ ๆ

           
อยู่มาวันหนึ่งมีเจ้าชายรูปงามขี่ม้าผ่านมา เจ้าชายได้ยินเสียงเพลงของกบสาวเข้า พระองค์ตกหลุมรักเจ้าของเสียงนั้นทันที เจ้าชายหยุดม้าลงมาพบกับสองสามีภรรยาเพื่อขอแต่งงานกับลูกสาวของพวกเขา

           
กบสาวที่แอบดูอยู่ก็หลงรักเจ้าชายในทันทีเช่นกัน จึงรีบซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่าน และส่งเสียงตอบไปว่า "หม่อมฉันยินดีแต่งงานกับเจ้าชาย แต่มีข้อแม้ว่าจะปรากฏตัวให้พระองค์เห็นในห้องที่จัดเตรียมไว้เป็นการส่วน ตัวเท่านั้นเพคะ"

           
เมื่อวันแต่งงานมาถึง เจ้าสาวกบก็นั่งรถที่ปิดมิดชิดมายังปราสาท เจ้าชายตกใจแทบสิ้นสติเมื่อรู้ว่าเจ้าสาวของพระองค์คือกบ พระองค์จึงจับกบสาวโยนทิ้งออกไปนอกปราสาททันที แต่ทว่าพระองค์ไม่สามารถตัดใจจากเสียงอันไพเราะของกบสาวได้ พระองค์จึงตัดสินใจขอเธอแต่งงานใหม่อีกครั้ง

           
คราวนี้กบสาวใช้ไก่โต้งเทียมรถเปิดประทุนของเธอ ขับไปยังปราสาท ระหว่างทางมีนางฟ้าสององค์กำลังช่วยกันหาวิธีเอาก้างปลาซึ่งติดคอเพื่อนนาง ฟ้าอีกองค์ออกอยู่ เมื่อนางฟ้าองค์นั้นเหลือบเห็นเจ้าสาวกบขับรถเทียมไก่โต้งแล่นตะบึงผ่านไปก็ หัวเราะ เสียงดัง ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ จนก้างปลากระเด็นหลุดจากคอ
นางฟ้าทั้งสามดีใจมากที่กบสาวมีส่วนสำคัญในการช่วยพวกนาง จึงให้รางวัลแก่กบสาว

           
นางฟ้าผู้สวมชุดสีชมพู พูดว่า "ฉันจะเนรมิตรรถม้าสีทองคันงามให้แก่เธอนะจ๊ะ" แล้วรถของกบสาวก็กลายเป็นรถสีทองหรูหราสวยงามที่สุด

           
นางฟ้าผู้สวมชุดสีฟ้า พูดว่า "ฉันจะเนรมิตรชุดเจ้าสาวที่สวยที่สุดให้แก่เธอ" ทันใดชุดที่กบสาวสวมอยู่ก็กลายเป็นชุดเจ้าสาวแสนสวย

           
และนางฟ้าผู้สวมชุดสีเหลือง ซึ่งเป็นองค์ที่ก้างติดคอ พูดว่า "ส่วนฉันผู้ที่เธอได้ช่วยเหลือมากที่สุด ฉันก็จะมอบสิ่งที่วิเศษที่สุดให้แก่เธอเช่นกัน" แล้วนางฟ้าก็โบกคทาดาว ประกายระยิบระยับพร่างพรมลงมาบนตัวของกบสาว แล้วกบสาวก็กลายร่างเป็นหญิงสาวผิวเข้มที่สวยบาดตาบาดใจไปในทันที

           
เมื่อกบสาวไปถึงพระราชวัง เจ้าชายแทบจะไม่เชื่อสายตาว่าเจ้าสาวกบของพระองค์กลายร่างเป็นหญิงสาวที่สวย งามขนาดนี้ และที่สำคัญเธอมีเสียงเพลงไพเราะที่ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังมีความสุข

แหล่งที่มา    http://baby.kapook.com / (KARN.TV)


Tuesday, February 5, 2013

เต่ากับงู



             ในกาลครั้งหนึ่งหลายร้อยปีผ่านมาแล้ว มีเต่าและงูอาศัยอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำสายหนึ่ง ทั้งเต่าและงูต่างก็เป็นศัตรูคู่แค้นกัน เนื่องจากต่างก็แย่งกันเป็นใหญ่ ต้องการจะเป็นราชาแห่งลุ่มน้ำนี้

             งูพยายามอยู่เสมอที่จะฉกเต่าให้ตาย แต่เต่าก็จะรีบหดหัว หดขาเข้ากระดองไปทุกครั้ง งูจึงได้แต่ฉกกัดกระดองที่แข็ง ซึ่งไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรให้แก่เต่าเลย เต่าจึงหัวเราะเสียงดัง ฮ่า ๆๆ แล้วกล่าวว่า

              "เห็นไหม ไม่มีใครทำอันตรายข้าได้ ข้าเป็นราชาแห่งลุ่มน้ำนี้  ฮ่าๆๆ"
            
             งูโกรธมากจึงถามขึ้นว่า "ท่านทำอย่างไรจึงได้แข็งแรงอย่างนี้"

             เต่าตอบว่า "ข้าแข็งแรง เพื่อน ๆ ของข้าก็แข็งแรง ทั้งนี้เพราะพวกเราต้องตัดศีรษะของพวกเรา ในเวลากลางคืนทุกวัน"

             "เอ๊ะ น่าสนใจดีนี่ ถ้าข้าจะชวนเพื่อน ๆ มาดูด้วยท่านจะแสดงการตัดศีรษะให้พวกข้าดูด้วยได้ไหม"

             "อ๋อ ได้ซิ" เต่าตอบตกลง

               ดังนั้น ทั้งงูและเต่าต่างก็ชวนเพื่อนฝูงและครอบครัวมากันอย่างมากมาย พวกเต่าจะอยู่ที่ฝั่งด้านหนึ่งของแม่น้ำ ส่วนงูนั้นคอยเฝ้าดูอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เต่าตัวแรกจะถือท่อนไม้แข็งไว้ และแสดงท่าเหมือนกำลังจะตัดศีรษะเต่าอีกตัว ส่วนเต่าตัวอื่น ๆ ก็ทำตาม แต่พวกเต่าไม่ได้ ตัดศีรษะจริง ๆ เพียงแต่พวกมันหดศีรษะเข้าไปในกระดองเท่านั้น

             พวกงูทั้งหลายหลงเชื่อเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีและน่าสนใจ ดังนั้นในตอนสาย ๆ ของวันรุ่งขึ้น มันจึงเดินทางมาหาเต่าแล้วพูดว่า "พวกข้าต้องการตัดศีรษะทุก ๆ คืน จะได้แข็งแรงอย่างพวกท่าน แต่พวกเราไม่มีมือ ไม่มีเท้า จึงอยากให้พวกท่านช่วย"

             "อ๋อ ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง" เต่ารีบอาสาทันทีพร้อมยิ้มอยู่ในใจ

             พอตกกลางคืน เต่าทุก ๆ ตัว ต่างก็ถือท่อนไม้แข็งไว้ และใช้ท่อนไม้นี้ ตัดศีรษะของงูทุก ๆ ตัว แต่งูไม่มีกระดองที่จะหดศีรษะไว้ข้างในได้ ดังนั้นงูจึงถูกเต่าใช้ท่อนไม้แข็งตีศีรษะจนตายทุกตัว    

             เมื่อพวกงูตายหมดแล้ว พวกเต่าก็ได้เป็นใหญ่ เต่าตัวที่เป็นเจ้าของความคิดก็กลายเป็นราชา แห่งลุ่มน้ำนี้อย่างไม่มีคู่แข่งตลอดไป


แหล่งที่มา  กระปุกดอทคอม / KARN.TV
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/43347215144676317/

Monday, February 4, 2013

ราชสีห์กับหนู



ราชสีห์ตัวหนึ่งกำลังนอนหลับอย่างมีความสุข แต่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะมีหนูตัวหนึ่งวิ่งขึ้นมาบนลำตัว ราชสีห์ใช้อุ้งเท้าตะครุบหนูเอาไว้ด้วยความโกรธ ขณะจะลงมือสังหารก็ได้ยินเสียงหนูกล่าวคำวิงวอน 

ท่านผู้เป็นราชาแห่งสัตว์ทั้งปวง โปรดไว้ชีวิตข้าสักครั้งหนึ่งเถิด ข้าไต่ขึ้นมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีเจตนารบกวนท่านแม้แต่น้อย 

ราชสีห์ไม่อยากรังแกผู้อ่อนแอกว่าจึงยอมปล่อยหนูไป 

บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลย ข้าต้องตอบแทนท่านแน่ ถ้าท่านมีเรื่องเดือนร้อน โปรดส่งเสียงคำราม ข้าจะรีบมาทันที” 

ฮะ..ฮะ..ฮะ..ราชสีห์หัวเราะดังลั่น สัตว์ตัวเล็กๆ อย่างเจ้าจะทำอะไรให้ข้าได้ 

หลังจากนั้นไม่นาน ราชสีห์ออกล่าเหยื่อและเกิดพลาดไปติดบ่วงของนายพราน ยิ่งดิ้น บ่วงก็ยิ่งรัดแน่น ไม่ยอมหลุด ราชสีห์เจ็บปวดจึงส่งเสียงร้องลั่นป่า หนูจำเสียงได้ ก็รีบมากัดบ่วงจนขาด ราชสีห์จึงได้เป็นอิสระอีกครั้ง 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า     อย่าดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่าตน 

แหล่งที่มา  http://www.tinyzone.tv