Saturday, September 17, 2016

นกกระสาแสนซื่อกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์



 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ. กลางป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเดินโซเซด้วยความหิวโหยเนื่องจากไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันแล้ว จนในที่สุด มันก็เจอซากกวางที่ฝูงสิงโตกินทิ้งเอาไว้ อยู่ข้างๆ แม่น้ำสายหนึ่ง ด้วยความที่มันหิวจัด มันจึงตรงรี่เข้าไปกินซากกวางตัวนั้นในทันที และด้วยความตะกละของมัน มันได้กลืนกระดูกชิ้นใหญ่เข้าไป แน่นอน .... กระดูกชิ้นใหญ่ชิ้นนั้นก็เข้าไปติดคอมันในทันที จนมันต้องร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดและทรมาน มันพยายามทุกวิถีทางที่จะเอากระดูกออกจากคอของมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ

ในขณะนั้นเอง มันก็เหลือบไปเห็นนกกระสาแสนซื่อตัวหนึ่งกำลังเดินผ่านมา ด้วยความดีใจ สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ก็ร้องทักนกกระสาแสนซื่อว่า

“พี่นกกระสาจ๋า.......”  

“พี่ช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ยจ๊ะ”

นกกระสาแสนซื่อได้ยินสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์พูดทักทายด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวานไพเราะเช่นนั้น นกกระสาแสนซื่อก็รู้สึกเต็มใจที่จะช่วยเหลือสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ในทันที จึงถามขึ้นว่า

“จะให้พี่ช่วยอะไรจ๊ะ”

“พี่ช่วยหยิบกระดูกชิ้นโตออกจากคอของฉันให้ทีนะจ๊ะ ปากแหลมๆ สวยๆ ของพี่เท่านั้นแหละที่จะช่วยฉันได้”

“ถ้าพี่ทำได้....ฉันสัญญาว่าจะให้รางวัลพี่อย่างงามเลยล่ะ”

นกกระสาแสนซื่อหลงเชื่อในข้อเสนอของสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ จึงก้มลงไปในคอสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์และ มันต้องใช้ความพยายามและความระมัดระวังอย่างทุลักทุเล จนในที่สุดมันก็สามารถใช้ปากของมันคาบเอากระดูกชิ้นโตออกมาจากปากของสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ได้สำเร็จ

สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์หายจากความเจ็บปวดและไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป มันรู้สึกดีใจมากๆ แต่พอนกกระสาแสนซื่อทวงรางวัลที่สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์สัญญาว่าจะให้ คราวนี้ สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์พูดกับนกกระสาแสนซื่อด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างไปจากเดิมแกมตะคอกว่า

“เจ้าน่ะ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่กัดหัวเจ้า ฉันน่ะทำได้ง่ายๆ เลยนะเมื่อตอนที่เจ้าเอาหัวของเจ้าเข้าไปในคอของข้า แต่ข้าก็ไม่ทำ นั่นแหละ ถือว่าเป็นรางวัลของเจ้าแล้วล่ะ”


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่าได้หวังรางวัลหรือสิ่งตอบแทนใดๆ จากผู้อื่นโดยเฉพาะคนที่ไม่ดีและมักผิดสัญญา แต่จงทำดีกับผู้อื่นเพราะมันเป็นสิ่งที่ดี และไม่คาดหวังว่าจะได้ผลตอบแทนใดๆ และอย่าทำตัวเหมือนสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่ทำผิดสัญญา



เครดิตภาพ  https://fr.pinterest.com/pin/94153448438240555/

Thursday, September 15, 2016

กากับขนนกยูง





ณ. ป่าแห่งหนึ่ง มีเจ้ากาตัวหนึ่ง มันชอบหลงตัวเองและพูดจาโอ้อวด และชอบทำตัวให้สวย หรู เหมือนนกยูง  อยู่มาวันหนึ่ง เจ้ากาก็บินตรงรี่เข้าไปหานกยูงและพูดขึ้นว่า

“คุณนกยูงคร๊าบบบบบบ .....”

“กระผมจะขอยืมขนของคุณนกยูงสักวันสองวันได้มั้ยคร๊าบบบบ ....”

นกยูงได้ยินดังนั้น ก็ตอบตกลงในทันที  “ได้สิ”

และแล้ว นกยูงก็หยิบขนอันสวยงามของมันให้เจ้ากายืมไป

เมื่อเจ้ากาได้ขนของนกยูงมาแล้ว  มันดีใจมากและรีบนำขนของนกยูงมาประดับบนตัวของมันทันที ต่อจากนั้น มันก็บินตรงไปกลางป่าและบินลงไปยืนท่ามกลางฝูงนกทั้งหลาย

มันพูดขึ้นว่า “ดูขนของฉันสิ .... สวยมั้ยล่ะ”

เจ้าการู้สึกภาคภูมิใจกับขนของนกยูงที่อยู่บนตัวมันมากมาย มันร้องตะโกนขึ้นอีกว่า “ฉันเป็นนกที่สวยที่สุดในป่าแห่งนี้”

แต่.... ไม่มีนกตัวไหนสนใจมันเลย นกแต่ละตัวล้วนกำลังง่วนอยู่กับสิ่งที่มันทำอยู่ตรงหน้า

เจ้ากายังคงตื่นเต้นกับขนของนกยูงบนตัวมันต่อไป โดยไม่ทันได้สังเกต

มันเต้นไปและพูดว่า  “ฉันดูยิ่งใหญ่มั้ย” “ฉันดูดีใช่มั้ย” 

แต่ถึงกระนั้น นกเหล่านั้นก็ยังไม่คิดที่จะสนใจเจ้ากาเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเวลาล่วงเลยไป ....จนในที่สุด ฝูงนกเหล่านั้นก็เพิ่งหันมามองที่เจ้ากาและสังเกตเห็นว่ามีขนนกยูงที่สวยงามติดอยู่บนตัวของเจ้ากา ฝูงนกเหล่านั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาจนดังลั่นป่า

และนกตัวหนึ่งก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงเยาะเย้ยถากถางเจ้ากาว่า “เจ้ากาโง่ .... ขนสวยๆ นี้ไม่ใช่ของเจ้าสักหน่อย มันเป็นขนของนกยูงต่างหากล่ะ”

เจ้ากาได้ยินดังนั้น ก็พูดอะไรไม่ออก ตอนนี้มันได้ยินแต่เสียงหัวเราะเยาะของเหล่านกทั้งหลายดังลั่นอยู่รอบๆ ตัวมัน เจ้าการู้สึกอับอายเป็นอย่างมากและรีบบินหายไปบนท้องฟ้าในทันใด 


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“ความงดงามที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากสิ่งปลอมๆ ที่นำมาสวมใส่ จึงไม่น่าภูมิใจ ไม่น่าชื่นชมและไม่มีใครสรรเสริญแน่นอน”


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/madeincoventrys/crows/

Monday, September 12, 2016

ลูกเหยี่ยวกับลูกไก่





กาลครั้งหนึ่ง ยังมีเหยี่ยวตัวหนึ่งกับรังของมันบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ในรังนั้นมีไข่อยู่  4 ใบ  วันหนึ่งได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น ทำให้ไข่ใบหนึ่งกลิ้งหล่นลงไปยังฟาร์มเลี้ยงไก่ฟาร์มหนึ่งในหมู่บ้าน  แม่ไก่แก่ตัวหนึ่งพบไข่ใบนี้เข้า  แม่ไก่จึงตัดสินใจที่จะดูแลไข่ใบนี้  มันกกไข่ใบนี้จนกระทั่งโตเป็นไข่ขนาดใหญ่มาก 

และแล้วก็ถึงวันที่ไข่ฟักตัว ลูกเหยี่ยวแสนน่ารักก็ได้ออกมาลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก  เขาเติบโตท่ามกลางลูกไก่มากมาย และเขาถูกเลี้ยงอย่างลูกไก่  ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาเป็นลูกไก่จริงๆ และเขาก็ทำในสิ่งที่ลูกไก่ทำได้เท่านั้น

เขารักครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขามาก เขาเล่นกับเพื่อนๆ ด้วยความสนุกสนานทุกวัน แต่เขาก็อยากทำอะไรๆ ที่ท้าทายกว่าที่เป็นอยู่

วันหนึ่ง ขณะที่ลูกเหยี่ยวเล่นเกมส์กับเพื่อนๆ อยู่ในฟาร์มนั้น ลูกเหยี่ยวก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและได้เห็นเหยี่ยวฝูงหนึ่งที่กำลังบินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างสง่างาม

“โอ้โห....” ลูกเหยี่ยวอุทานขึ้นมา  “ฉันอยากบินได้สูงๆ อย่างนกพวกนั้นบ้างจังเลย!”
ลูกไก่พูดว่า “เธอบินสูงๆ แบบนกพวกนั้นไม่ได้หรอก เพราะเธอเป็นแค่ลูกไก่ และลูกไก่บินสูงแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ”

และในแต่ละครั้งที่ลูกเหยี่ยวอยากทำอะไรๆ ที่แปลกๆ ใหม่ๆ แตกต่างจากที่เคยทำ ลูกไก่มักจะพูดเสมอว่าทำไม่ได้หรอกเพราะเขาเป็นแค่ลูกไก่ตัวหนึ่งแค่นั้น และนั่นทำให้ลูกเหยี่ยวเรียนรู้ที่จะเชื่ออย่างนั้นจริงๆ

เมื่อวันเวลาผ่านไป ลูกเหยี่ยวเติบโตขึ้น  เขาหยุดที่จะฝันและใช้ชีวิตที่เหลือของเขาแบบไก่ตัวหนึ่งทั่วไปเท่านั้น

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้
จริงๆ แล้ว ในใจของลูกเหยี่ยวนั้น เขาอยากที่จะบินสูงๆ ขึ้นไปบนท้องฟ้า  แต่เขาก็ไม่ได้ทำ  เขากลับใช้ชีวิตแบบลูกไก่ตัวหนึ่งเท่านั้นเพราะเขาเชื่อตามที่ลูกไก่ตัวอื่นๆ บอกเขาและเขาก็ใช้ชีวิตเหมือนๆ กับลูกไก่ตัวอื่นๆ ทั่วๆ ไป   เขาคิดว่า ถ้าหากเขาพยายามที่จะบินขึ้นไปสูงๆ  ลูกไก่ตัวอื่นๆ คงจะหัวเราะเยาะเขา  แต่จริงๆ แล้ว ถ้าหากเขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำแล้วล่ะก็ เขาคงจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่เป็นแน่

มันคงจะจริงสำหรับเราเช่นกัน  ในหลายๆ ครั้ง เรามักจะมองดูผู้คนรอบๆ ตัวเรา และพยายามที่จะใส่เสื้อผ้าสวยๆทำตัวหรูๆ หรือใช้จ่ายเงินแบบพวกเขาเหล่านั้น  เราทำไปโดยไม่เคยคิดเลยว่านั่นเป็นพฤติกรรมหรือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเรารึเปล่า  จริงๆ แล้ว เราควรจะหันกลับมาดูตัวเราเองว่าสิ่งไหนดีสำหรับตัวเราและทำในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องสนใจว่าคนรอบข้างมองเราหรือคิดกับเราเช่นไร จงเป็นตัวของเราเองและทำในสิ่งที่เราอยากจะทำโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนนั่นแหละดีที่สุด

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/tramellawoods/eagle-theme/

Saturday, June 11, 2016

ค้างคาวเลือกพวก



 
ค้างคาวนั้นถือว่าตนก็มีปีกเหมือนนก และก็มีหูเหมือนสัตว์อื่นทั่วๆ ไป ดังนั้นเมื่อนกยกพวกไปต่อสู้กับสัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ขอตัวไม่เข้าข้างฝ่ายใดโดยทำตัวเป็นกลาง เเต่เมื่อพวกของนกมีท่าทีว่าจะชนะ ค้างคาวก็ประกาศตัวไปเข้ากับฝ่ายนก

ต่อมาพวกนกจะพลาดท่าเสียทีเเก่สัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ผละจากนกไปเข้าพวกกับสัตว์อื่นๆ

ต่อมานกต่อสู้จนใกล้จะได้ชัย ค้างคาวก็กลับมาอยู่ข้างฝ่ายพวกนกอีก

เมื่อนกกับสัตว์อื่นๆ ทำสัญญาสงบศึกเเละเป็นมิตรต่อกัน ทั้งสองต่างก็ขับไล่ค้างคาว ไม่ยอมให้เข้าพวกด้วย

ค้างคาวอับอายจึงไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ จะออกจากถ้ำไปหาอาหารในตอนกลางคืนเท่านั้น


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้ที่ขาดความจริงใจ ไม่มีใครอยากคบหาด้วย


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/508695720386639374/

Sunday, February 7, 2016

กบอวดเก่งกับนกกระสาขายาว





ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีกบอยู่ตัวหนึ่งชอบพูดจาโอ้อวด อวดเก่งกับใครๆ เค้าไปทั่วทั้งป่า ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยจนกระทั่งสัตว์ตัวใหญ่อย่างสิงโตเจ้าป่าก็ได้ปะทะคารมกับเจ้ากบอวดเก่งมาหมดแล้ว 

อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เจ้ากบอวดเก่งกำลังเล่นน้ำกับเพื่อนๆ อยู่ในสระน้ำแห่งหนึ่งอย่างเพลิดเพลิน สายตาก็เหลือบไปเห็นเจ้านกกระสาขายาวต่างถิ่นกำลังบินลงมาที่สระแห่งนั้นเพื่อที่จะหาปลามาเป็นอาหารสำหรับมื้อเย็นของมัน

เจ้านกกระสาขายาวก้มๆ เงยๆ หาปลาอยู่เป็นเวลานาน แต่ก็หาปลาไม่ได้เลยสักตัวเดียว เจ้ากบอวดเก่งซึ่งเฝ้ามองอยู่ตั้งแต่แรกเมื่อเห็นดังนั้นก็ตรงรี่เข้าไปหาเจ้านกกระสาขายาวด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องทันทีและพูดขึ้นว่า


“เจ้านกเอ๊ย เจ้าขายาวเสียเปล่าแต่ทำไมไม่มีปัญญาจับปลามากินนะ สู้ข้าก็ไม่ได้ ขาก็สั้น ตัวก็เล็ก แต่หาอาหารกินสบายๆ อิ่มท้องได้ทั้งวันเลย”

เมื่อนกกระสาได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกเคืองอยู่ในใจ แต่แกล้งพูดออกไปว่า

“เก่งจริงนะเจ้ากบ ไหนลองกระโดดขึ้นมาหน่อยสิ ข้าอยากดูหน้าเจ้าใกล้ๆ”

เจ้ากบอวดเก่งได้ฟังคำชมดังนั้น ก็ยิ่งเกิดความกระหยิ่มยิ้มย่อง จึงรีบกระโดดขึ้นไปหานกกระสาขายาวจนสุดแรง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็กระโดดได้สูงถึงหน้านกกระสาขายาว

พอนกกระสาขายาวเห็นหน้าเจ้ากบอวดเก่งก็หัวเราะชอบใจและพูดขึ้นว่า

“อืม .... เจ้าเก่งจริงๆ ด้วยสิ”

ว่าแล้วนกกระสาขายาวก็ตรงเข้าไปใช้ปากงับตัวเจ้ากบอวดเก่งทันที ไม่ทันให้เจ้ากบอวดเก่งได้ตั้งตัว บรรดาเพื่อนๆ ของเจ้ากบอวดเก่งเห็นดังนั้น ก็ต่างพากันกระโดดหนีกันจ้าละหวั่น และแล้วเจ้ากบอวดเก่งก็กลายเป็นอาหารอันโอชะของนกกระสาขายาวในทันใด 


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ความอวดเก่ง ย่อมนำมาซึ่งภัยอันตรายมาถึงตัว