Thursday, September 15, 2016

กากับขนนกยูง





ณ. ป่าแห่งหนึ่ง มีเจ้ากาตัวหนึ่ง มันชอบหลงตัวเองและพูดจาโอ้อวด และชอบทำตัวให้สวย หรู เหมือนนกยูง  อยู่มาวันหนึ่ง เจ้ากาก็บินตรงรี่เข้าไปหานกยูงและพูดขึ้นว่า

“คุณนกยูงคร๊าบบบบบบ .....”

“กระผมจะขอยืมขนของคุณนกยูงสักวันสองวันได้มั้ยคร๊าบบบบ ....”

นกยูงได้ยินดังนั้น ก็ตอบตกลงในทันที  “ได้สิ”

และแล้ว นกยูงก็หยิบขนอันสวยงามของมันให้เจ้ากายืมไป

เมื่อเจ้ากาได้ขนของนกยูงมาแล้ว  มันดีใจมากและรีบนำขนของนกยูงมาประดับบนตัวของมันทันที ต่อจากนั้น มันก็บินตรงไปกลางป่าและบินลงไปยืนท่ามกลางฝูงนกทั้งหลาย

มันพูดขึ้นว่า “ดูขนของฉันสิ .... สวยมั้ยล่ะ”

เจ้าการู้สึกภาคภูมิใจกับขนของนกยูงที่อยู่บนตัวมันมากมาย มันร้องตะโกนขึ้นอีกว่า “ฉันเป็นนกที่สวยที่สุดในป่าแห่งนี้”

แต่.... ไม่มีนกตัวไหนสนใจมันเลย นกแต่ละตัวล้วนกำลังง่วนอยู่กับสิ่งที่มันทำอยู่ตรงหน้า

เจ้ากายังคงตื่นเต้นกับขนของนกยูงบนตัวมันต่อไป โดยไม่ทันได้สังเกต

มันเต้นไปและพูดว่า  “ฉันดูยิ่งใหญ่มั้ย” “ฉันดูดีใช่มั้ย” 

แต่ถึงกระนั้น นกเหล่านั้นก็ยังไม่คิดที่จะสนใจเจ้ากาเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเวลาล่วงเลยไป ....จนในที่สุด ฝูงนกเหล่านั้นก็เพิ่งหันมามองที่เจ้ากาและสังเกตเห็นว่ามีขนนกยูงที่สวยงามติดอยู่บนตัวของเจ้ากา ฝูงนกเหล่านั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาจนดังลั่นป่า

และนกตัวหนึ่งก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงเยาะเย้ยถากถางเจ้ากาว่า “เจ้ากาโง่ .... ขนสวยๆ นี้ไม่ใช่ของเจ้าสักหน่อย มันเป็นขนของนกยูงต่างหากล่ะ”

เจ้ากาได้ยินดังนั้น ก็พูดอะไรไม่ออก ตอนนี้มันได้ยินแต่เสียงหัวเราะเยาะของเหล่านกทั้งหลายดังลั่นอยู่รอบๆ ตัวมัน เจ้าการู้สึกอับอายเป็นอย่างมากและรีบบินหายไปบนท้องฟ้าในทันใด 


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“ความงดงามที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากสิ่งปลอมๆ ที่นำมาสวมใส่ จึงไม่น่าภูมิใจ ไม่น่าชื่นชมและไม่มีใครสรรเสริญแน่นอน”


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/madeincoventrys/crows/

Monday, September 12, 2016

ลูกเหยี่ยวกับลูกไก่





กาลครั้งหนึ่ง ยังมีเหยี่ยวตัวหนึ่งกับรังของมันบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ในรังนั้นมีไข่อยู่  4 ใบ  วันหนึ่งได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น ทำให้ไข่ใบหนึ่งกลิ้งหล่นลงไปยังฟาร์มเลี้ยงไก่ฟาร์มหนึ่งในหมู่บ้าน  แม่ไก่แก่ตัวหนึ่งพบไข่ใบนี้เข้า  แม่ไก่จึงตัดสินใจที่จะดูแลไข่ใบนี้  มันกกไข่ใบนี้จนกระทั่งโตเป็นไข่ขนาดใหญ่มาก 

และแล้วก็ถึงวันที่ไข่ฟักตัว ลูกเหยี่ยวแสนน่ารักก็ได้ออกมาลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก  เขาเติบโตท่ามกลางลูกไก่มากมาย และเขาถูกเลี้ยงอย่างลูกไก่  ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาเป็นลูกไก่จริงๆ และเขาก็ทำในสิ่งที่ลูกไก่ทำได้เท่านั้น

เขารักครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขามาก เขาเล่นกับเพื่อนๆ ด้วยความสนุกสนานทุกวัน แต่เขาก็อยากทำอะไรๆ ที่ท้าทายกว่าที่เป็นอยู่

วันหนึ่ง ขณะที่ลูกเหยี่ยวเล่นเกมส์กับเพื่อนๆ อยู่ในฟาร์มนั้น ลูกเหยี่ยวก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและได้เห็นเหยี่ยวฝูงหนึ่งที่กำลังบินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างสง่างาม

“โอ้โห....” ลูกเหยี่ยวอุทานขึ้นมา  “ฉันอยากบินได้สูงๆ อย่างนกพวกนั้นบ้างจังเลย!”
ลูกไก่พูดว่า “เธอบินสูงๆ แบบนกพวกนั้นไม่ได้หรอก เพราะเธอเป็นแค่ลูกไก่ และลูกไก่บินสูงแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ”

และในแต่ละครั้งที่ลูกเหยี่ยวอยากทำอะไรๆ ที่แปลกๆ ใหม่ๆ แตกต่างจากที่เคยทำ ลูกไก่มักจะพูดเสมอว่าทำไม่ได้หรอกเพราะเขาเป็นแค่ลูกไก่ตัวหนึ่งแค่นั้น และนั่นทำให้ลูกเหยี่ยวเรียนรู้ที่จะเชื่ออย่างนั้นจริงๆ

เมื่อวันเวลาผ่านไป ลูกเหยี่ยวเติบโตขึ้น  เขาหยุดที่จะฝันและใช้ชีวิตที่เหลือของเขาแบบไก่ตัวหนึ่งทั่วไปเท่านั้น

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้
จริงๆ แล้ว ในใจของลูกเหยี่ยวนั้น เขาอยากที่จะบินสูงๆ ขึ้นไปบนท้องฟ้า  แต่เขาก็ไม่ได้ทำ  เขากลับใช้ชีวิตแบบลูกไก่ตัวหนึ่งเท่านั้นเพราะเขาเชื่อตามที่ลูกไก่ตัวอื่นๆ บอกเขาและเขาก็ใช้ชีวิตเหมือนๆ กับลูกไก่ตัวอื่นๆ ทั่วๆ ไป   เขาคิดว่า ถ้าหากเขาพยายามที่จะบินขึ้นไปสูงๆ  ลูกไก่ตัวอื่นๆ คงจะหัวเราะเยาะเขา  แต่จริงๆ แล้ว ถ้าหากเขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำแล้วล่ะก็ เขาคงจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่เป็นแน่

มันคงจะจริงสำหรับเราเช่นกัน  ในหลายๆ ครั้ง เรามักจะมองดูผู้คนรอบๆ ตัวเรา และพยายามที่จะใส่เสื้อผ้าสวยๆทำตัวหรูๆ หรือใช้จ่ายเงินแบบพวกเขาเหล่านั้น  เราทำไปโดยไม่เคยคิดเลยว่านั่นเป็นพฤติกรรมหรือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเรารึเปล่า  จริงๆ แล้ว เราควรจะหันกลับมาดูตัวเราเองว่าสิ่งไหนดีสำหรับตัวเราและทำในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องสนใจว่าคนรอบข้างมองเราหรือคิดกับเราเช่นไร จงเป็นตัวของเราเองและทำในสิ่งที่เราอยากจะทำโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนนั่นแหละดีที่สุด

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/tramellawoods/eagle-theme/

Saturday, June 11, 2016

ค้างคาวเลือกพวก



 
ค้างคาวนั้นถือว่าตนก็มีปีกเหมือนนก และก็มีหูเหมือนสัตว์อื่นทั่วๆ ไป ดังนั้นเมื่อนกยกพวกไปต่อสู้กับสัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ขอตัวไม่เข้าข้างฝ่ายใดโดยทำตัวเป็นกลาง เเต่เมื่อพวกของนกมีท่าทีว่าจะชนะ ค้างคาวก็ประกาศตัวไปเข้ากับฝ่ายนก

ต่อมาพวกนกจะพลาดท่าเสียทีเเก่สัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ผละจากนกไปเข้าพวกกับสัตว์อื่นๆ

ต่อมานกต่อสู้จนใกล้จะได้ชัย ค้างคาวก็กลับมาอยู่ข้างฝ่ายพวกนกอีก

เมื่อนกกับสัตว์อื่นๆ ทำสัญญาสงบศึกเเละเป็นมิตรต่อกัน ทั้งสองต่างก็ขับไล่ค้างคาว ไม่ยอมให้เข้าพวกด้วย

ค้างคาวอับอายจึงไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ จะออกจากถ้ำไปหาอาหารในตอนกลางคืนเท่านั้น


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้ที่ขาดความจริงใจ ไม่มีใครอยากคบหาด้วย


เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/508695720386639374/

Sunday, February 7, 2016

กบอวดเก่งกับนกกระสาขายาว





ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีกบอยู่ตัวหนึ่งชอบพูดจาโอ้อวด อวดเก่งกับใครๆ เค้าไปทั่วทั้งป่า ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยจนกระทั่งสัตว์ตัวใหญ่อย่างสิงโตเจ้าป่าก็ได้ปะทะคารมกับเจ้ากบอวดเก่งมาหมดแล้ว 

อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เจ้ากบอวดเก่งกำลังเล่นน้ำกับเพื่อนๆ อยู่ในสระน้ำแห่งหนึ่งอย่างเพลิดเพลิน สายตาก็เหลือบไปเห็นเจ้านกกระสาขายาวต่างถิ่นกำลังบินลงมาที่สระแห่งนั้นเพื่อที่จะหาปลามาเป็นอาหารสำหรับมื้อเย็นของมัน

เจ้านกกระสาขายาวก้มๆ เงยๆ หาปลาอยู่เป็นเวลานาน แต่ก็หาปลาไม่ได้เลยสักตัวเดียว เจ้ากบอวดเก่งซึ่งเฝ้ามองอยู่ตั้งแต่แรกเมื่อเห็นดังนั้นก็ตรงรี่เข้าไปหาเจ้านกกระสาขายาวด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องทันทีและพูดขึ้นว่า


“เจ้านกเอ๊ย เจ้าขายาวเสียเปล่าแต่ทำไมไม่มีปัญญาจับปลามากินนะ สู้ข้าก็ไม่ได้ ขาก็สั้น ตัวก็เล็ก แต่หาอาหารกินสบายๆ อิ่มท้องได้ทั้งวันเลย”

เมื่อนกกระสาได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกเคืองอยู่ในใจ แต่แกล้งพูดออกไปว่า

“เก่งจริงนะเจ้ากบ ไหนลองกระโดดขึ้นมาหน่อยสิ ข้าอยากดูหน้าเจ้าใกล้ๆ”

เจ้ากบอวดเก่งได้ฟังคำชมดังนั้น ก็ยิ่งเกิดความกระหยิ่มยิ้มย่อง จึงรีบกระโดดขึ้นไปหานกกระสาขายาวจนสุดแรง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็กระโดดได้สูงถึงหน้านกกระสาขายาว

พอนกกระสาขายาวเห็นหน้าเจ้ากบอวดเก่งก็หัวเราะชอบใจและพูดขึ้นว่า

“อืม .... เจ้าเก่งจริงๆ ด้วยสิ”

ว่าแล้วนกกระสาขายาวก็ตรงเข้าไปใช้ปากงับตัวเจ้ากบอวดเก่งทันที ไม่ทันให้เจ้ากบอวดเก่งได้ตั้งตัว บรรดาเพื่อนๆ ของเจ้ากบอวดเก่งเห็นดังนั้น ก็ต่างพากันกระโดดหนีกันจ้าละหวั่น และแล้วเจ้ากบอวดเก่งก็กลายเป็นอาหารอันโอชะของนกกระสาขายาวในทันใด 


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ความอวดเก่ง ย่อมนำมาซึ่งภัยอันตรายมาถึงตัว

Sunday, October 18, 2015

ปาฏิหาริย์กระต่ายผีเสื้อ



 
       กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งเป็นกระต่ายที่ชอบอ่านหนังสือมากเป็นพิเศษ เจ้ากระต่ายน้อยมักจะหอบหนังสือไปนอนอ่านเล่นในทุ่งดอกไม้ทุกวัน

        กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่โชยมาตามสายลม ทำให้ช่วงเวลาในการอ่านหนังสือของเธอ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสดชื่น

        วันหนึ่งในขณะที่เจ้ากระต่ายตัวน้อยกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่เพลิน ๆ มีผีเสื้อแปลกหน้าบินตรงเข้ามาเกาะที่หน้าผากของเจ้ากระต่ายน้อย ราวกับว่ามันอยากจะขออ่านหนังสือด้วย แม้กระต่ายน้อยขนปุยจะเพิ่งเคยพบกับผีเสื้อตัวนี้เป็นครั้งแรก แต่เธอกลับรู้สึกผูกพันกับเจ้าผีเสื้ออย่างประหลาด

          เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าผีเสื้อกับกระต่ายก็ค่อย ๆ คุ้นเคยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยามที่กระต่ายน้อยน้ำตาคลอเพราะอ่านหนังสือแสนเศร้า เจ้าผีเสื้อก็จะคอยขยับปีกเพื่อสร้างสายลมเบา ๆ พัดเป่าให้น้ำตาแห้ง กระต่ายน้อยจะมาอ่านหนังสือที่เดิมทุก ๆ วัน ส่วนเจ้าผีเสื้อก็จะคอยบินมาเกาะที่หู หรือหน้าผากของกระต่ายน้อยไม่เคยเว้น กระต่ายน้อยอยากคุยกับเพื่อนปีกสวยของเธอมาก แต่ผีเสื้อกับกระต่ายใช้ภาษาแตกต่างกันด้วยเหตุนี้ กระต่ายน้อยจึงทำได้แค่เพียงใช้นิ้วเล็ก ๆ ของเธอลูบปีกแสนสวยของเจ้าผีเสื้ออย่างแผ่วเบา เพื่อสื่อความรู้สึกภายในใจว่าเธอห่วงใยเจ้าผีเสื้อมากเพียงไหน

          แต่แล้ววันหนึ่ง เจ้ากระต่ายก็ได้ค้นพบกับความจริงที่น่าตระหนก วันนั้นกระต่ายน้อยมารอเจ้าผีเสื้อที่ทุ่งดอกไม้เช่นเดิม ผีเสื้อมาช้ากว่าที่เคย เจ้ากระต่ายจึงอ่นหนังสือที่เตรียมไว้รอไปพลาง ๆ ก่อน กระต่ายน้อยหยิบหนังสือชื่อ "ผีเสื้อ" ออกมาอ่าน เธอยากรู้จักเจ้าฝีเสื้อมากขึ้น ดังนั้นเธอจึงไปยืมหนังสือเล่มนีน้มาจากห้องสมุด กระต่ายน้อยพลิกหนังสืออ่านทีละหน้า ๆ อย่างตั้งใจ และแล้ว... เธอก็ได้เรียนรู้ว่า ผีเสื้อเป็นแมลงปีกสวยที่มีอายุแสนสั้น หลังจากที่ผีเสื้อออกมาทำหน้าที่ของมันได้ไม่นานนัก มันก็จะต้องลากจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

          กระต่ายน้อยฉุกคิดถึงเพื่อนของเธอขึ้นมาทันที เจ้าผีเสื้อไปอยู่เสียที่ไหน ทำไมจึงยังไม่มาหาเธอนะ? กระต่ายน้อยนึกกังวลจนทำอะไรไม่ถูก เจ้าผีเสื้อมีความสำคัญต่อเธอมาก กระต่ายน้อยไม่อยากให้เจ้าผีเสื้อจากเธอไปชั่วนิรันดร์

          ในขณะนั้นเอง กระต่ายน้อยก็เหลือบไปเห็นเจ้าผีเสื้อ เพื่อนของเธอค่อย ๆ บินตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางที่ดูอ่อนแรงจนน่าสงสาร แม้ว่าเจ้าผีเสื้อจะรู้ดีว่า วาระสุดท้ายของตนเองกำลังจะย่างกรายมาถึง แต่มันก็พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ เพื่อที่จะกลับมาพบกับกระต่ายน้อยอีกสักครั้ง

          เจ้าผีเสื้อค่อย ๆ โรยตัวลงเกาะที่หนังสือซึ่งอยู่ตรงหน้าของเจ้ากระต่ายน้อย มันมองตาเจ้ากระต่ายเหมือนจะบอกลา จากนั้นมันก็ค่อยๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง

          กระต่ายน้อยรู้ดีว่า วันนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้พบกับเจ้าผีเสื้อ กระต่ายน้อย เศร้าใจมาก และก่อนที่เจ้าผีเสื้อจะจากเธอไป กระต่ายน้อยก็ตัดสินใจก้มลงจูบที่ปีกของเจ้าผีเสื้อ ด้วยความอาลัยรัก

          ทันทีที่ริมฝีปากของกระต่ายน้อยสัมผัสกับปีกของเจ้าผีเสื้อ แสงสว่างจ้าหลากสีก็เปล่งประกายออกมาจนเจ้ากระต่ายรู้สึกแสบตาไปหมด และเมื่อกระต่ายน้อยลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็มองเห็นเจ้าผีเสื้อค่อย ๆ กลายร่างเป็นกระต่ายหนุ่มที่มีขนสีเทา แลดูสง่างามที่สุดเท่าที่เธอเคยพบ

          กระต่ายหนุ่มส่งยิ้มหวานให้เจ้ากระต่ายสาวตัวน้อยทันที จากนั้นกระต่ายหนุ่มก็เล่าให้กระต่ายน้อยฟังว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นเพียงกระต่ายตัวหนึ่ง ที่เผลอไปกินแครอทในสวนหลังบ้านของแม่มดใจร้ายเข้า ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกแม่มดสาปให้กลายเป็นผีเสื้อ ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำให้เขาพ้นจากคำสาปได้ก็คือ เขาจะต้องได้รับการจุมพิตจากสุภาพสตรีที่รักเขาจากส่วนลึกของหัวใจ

          กระต่ายน้อยหน้าแดงก่ำเหมือนลูกตำลึงสุก เธอรู้สึกเขินอายที่กระต่ายหนุ่มล่วงรู้ว่าเธอรักเขามากเพียงไหน เมื่อกระต่ายหนุ่มพ้นคำสาปจากการเป็นผีเสื้อ เขาก็พร้อมจะเอ่ยความในใจให้กระต่ายสาวตัวน้อยได้รับรู้

          กระต่ายหนุ่มสารภาพว่า เขาหลงรักกระต่ายสาวตั้งแต่แรกพบ ดั้งนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปใกล้ชิดกับกระต่ายสาวทันทีที่ได้เห็น กระต่ายหนุ่มคุกเข่าลงเพื่อขอแต่งงานกับกระต่ายสาว ซึ่งมันก็ไม่มีเหตุผลใดที่กระต่ายสาวจะกล่าวคำปฏิเสธ และหลังจากนั้นไม่นาน ครอบครัวของเจ้ากระต่ายทั้งสอง ก็อุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยลูกกระต่ายตัวน้อย ๆ นับร้อย ๆ ตัว


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : karn.tv
http://www.iammomsociety.com