Saturday, September 6, 2014

กระต่ายผู้เสียสละ




กาลครั้งหนึ่ง กลางป่าซึ่งเขียวขจีด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ มีทั้งไม้ดอกและไม้ผล นอกจากนี้ยังมีเหวลึกและมีแม่น้ำสายใหญ่ ไหลเชี่ยวกรากตลอดเวลา ในป่าแห่งนั้น มีสัตว์ ๔ สหาย อาศัยอยู่ด้วยกัน คือ กระต่าย ๑ ตัว ลิง ๑ ตัว สุนัขจิ้งจอก ๑ ตัว และนาก ๑ ตัว

สัตว์ทั้ง ๔ ตัวนี้ ตั้งอยู่ในศีลธรรม และอยู่ด้วยกันด้วยความสมานฉันท์ มีกระต่ายเป็นหัวหน้า ทุกเย็นสัตว์ทั้งหมดจะไปประชุมกัน ฟังโอวาทจากกระต่าย และนำมาปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ

  
คืนวันหนึ่ง ระหว่างที่กำลังให้โอวาทแก่สัตว์ทั้งสามอยู่ กระต่ายได้มองขึ้นไปยังท้องฟ้า ท้องฟ้ายามราตรีกำลังสว่างนวลด้วยแสงจันทร์ กระต่ายรู้ว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถศีล คือวันพระจันทร์เต็มดวง กระต่ายจึงกล่าวเตือนแก่เพื่อนสัตว์ทั้งสามว่า

วันพรุ่งนี้ พวกท่านจงพากันรักษาศีล และให้ทานเถิด เพราะจะมีอานิสงส์อย่างสูง พวกท่านจงเตรียมอาหารไว้เพื่อเป็นทานแก่คนอื่นๆ เถิด

สัตว์ทั้งสามพากันรับคำด้วยความยินดี จากนั้นก็กลับไปยังที่อยู่ของตน

  
พอรุ่งเช้า...

พราน เบ็ดคนหนึ่งได้มาตกปลาที่ริมฝั่งน้ำใกล้ๆ บริเวณที่พวกสัตว์ทั้ง ๔ อาศัยอยู่ เขาตกได้ปลาตะเพียน ๗ ตัว เมื่อเขาปรารถนาจะย้ายที่ตกปลาไปยังที่แห่งใหม่ เขาจึงขุดทรายให้เป็นหลุม แล้วเอาปลาตะเพียนทั้งเจ็ดตัวซ่อนไว้ แล้วเกลี่ยทรายกลบ ทำเครื่องหมายให้ตนเองจำที่นั้นได้ แล้วย้ายไปยังที่แห่งใหม่

นากออกมาอาหารในที่แห่งนั้น คุณหนูๆ ควรทราบไว้ว่า นากมีจมูกที่สามารถสูดดมหากลิ่นปลาได้ดีมาก คงเหมือนจมูกมดนั่นแหละ นากจึงรู้ว่าบริเวณแห่งนั้นมีปลาอย่างแน่นอน มันทำจมูก ฟืดๆ สูดดมตามผืนทรายไม่กี่ครั้ง มันก็รู้ว่า มีปลาซ่อนอยู่ใต้ผืนทราย...

มันคุ้ยผืนทรายไม่กี่ครั้ง ปลาตะเพียนทั้งเจ็ดตัวก็อวดเกล็ดขาวๆ แก่สายตาของมัน มันร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น

โอ้โห...ปลาตะเพียนตัวสวยๆ ตัวอ้วนๆ ตัวสดๆ เพิ่งตายใหม่ๆ หมาดๆ น่าอร่อยดีนักเชียว แต่เอ...มีใครเป็นเจ้าของปลาพวกนี้รึเปล่าหนอ

นาก ตัวนั้นแม้มีความยินดี ที่มันค้นหาอาหารเจอ แต่มันเป็นนากที่ยึดมั่นในโอวาทของกระต่ายอย่างมั่นคง มันจึงไม่ฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร และไม่ต้องการขโมยปลาของคนอื่นด้วย มันจึงส่งเสียงร้องถามไปว่า

มีใครเป็นเจ้าของปลาตะเพียนเหล่านี้รึเปล่า

เงียบ...ไม่มีเสียงตอบ เพราะนายพรานเบ็ดเดินเลยไปไกลแล้ว

มีใครเป็นเจ้าของปลาตะเพียนทั้งเจ็ดตัวนี้หรือเปล่า มันร้องถามเป็นครั้งที่สอง

เงียบ...มีแต่เสียงน้ำไหล และเสียงใบไม้ต้องลม

ฉันขอถามอีกครั้งว่า มีใครเป็นเจ้าของปลาตะเพียนทั้งเจ็ดตัวนี้หรือไม่ มันร้องถามเป็นครั้งที่สาม

เงียบ...ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของปลาตะเพียนเหล่านั้น นากยืนมองปลาตะเพียนอยู่ครู่ใหญ่ มันจึงตัดสินใจคาบปลาทั้งเจ็ดตัวกลับไปยังที่อยู่ของตน จากนั้นจึงนอนรักษาศีลด้วยความสบายใจ

ฝ่ายเจ้าลิงก็ตื่นแต่เช้า เข้าไปยังป่าลึก เก็บมะม่วงสุกมาเต็มหอบ ก่อนนอนรักษาศีลอยู่ในที่อยู่ของตัวเอง ส่วนกระต่ายเอาแต่รักษาศีลอย่างเคร่งครัด เลยไม่ได้ออกไปหาอาหารเตรียมไว้ แต่กระต่ายไม่ได้มีความกังวลว่าจะไม่มีอะไรเป็นทาน...

กระต่าย มีอะไรตุนเอาไว้อย่างนั้นหรือ...เปล่าหรอกคุณหนูๆ กระต่ายกินแต่หญ้า หญ้ามีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในป่า กระต่ายจึงไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนอะไรไว้เลย กระต่ายไม่มีความวิตก เพราะกระต่ายได้ตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่ไว้แล้ว คุณหนูคงอยากรู้ใช่ไหมว่า กระต่ายจะทำอย่างไร...

กระต่ายตัดสินใจแล้ว จึงนอนรักษาศีลและภาวนาต่อไปอย่างสงบ

นิทานธรรม// รักษ์ มนัญญา
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Thursday, September 4, 2014

หมากับแมว




ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว โจรได้เข้ามาขโมยแหวนของเจ้าของบ้าน แต่ก่อนนั้นแมวกับหมาพูดและรู้ภาษาคน คนก็รู้ภาษามัน ดังนั้นเมื่อโจรขโมยแหวนไปเจ้าของจึงให้หมากับแมวติดตามและแกะรอยนำของกลับคืนมา

แมวกับหมาเดินทางไปถึงที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีลำห้วยขวางอยู่ แมวว่ายน้ำไม่เป็น หมาจึงให้แมวขี่คอและว่ายน้ำข้ามห้วยไปได้ ทั้งสองเดินทางไปพบขโมยอยู่บ้านหลังหนึ่ง หมาบอกแมวว่า

เอ็งขึ้นไปบนบ้านเถอะ ข้าจะคอยอยู่ข้างล่างนี่แหละ


ครั้นแมวขึ้นไปบนบ้านหาแหวนไม่พบ จึงใช้ให้หนูไปกัดหีบ หนูกัดหีบแล้ว เข้าไปเอาแหวนมาให้แมว แมวและหมาจึงชวนกันกลับบ้าน พอถึงลำห้วยที่เดิมหมาก็ให้แมวขี่คอ ในมือแมวก็ถือแหวนอยู่ด้วย หมาก็ว่ายน้ำข้ามมาแต่พอเกือบถึงฝั่ง แมวก็กระโดดวื้ดขึ้นมาบนฝั่งวิ่งมาบ้านก่อนหมา ส่วนหมากว่าจะขึ้นจากน้ำได้ก็ช้าอยู่แล้วและเหนื่อยจากการว่ายน้ำด้วย

ครั้นแมววิ่งมาถึงบ้านก่อน แล้วเอาแหวนให้เจ้าของบ้าน พร้อมกับแสดงความรักกับเจ้าของบ้านโดยการเคล้าแข้งเคล้าขาร้องเหมียว ๆ ไปมา เคล้าแข้งเคล้าขาประจบเจ้าของอยู่นั่นเอง และยังโกหกเจ้าของบ้านว่า

หมาไม่ช่วยอะไรเลย มัวแต่ว่ายน้ำเล่นอยู่ไม่สนใจอะไรเลย ข้าอุตส่าห์ไปค้นหาแหวนคนเดียวจนได้เอามาให้อย่างที่เห็นนี่แหละ


ครั้นเจ้าของบ้านได้ยินแมวบอกดังนั้นจึงโกรธหมา ไม่รอให้หมามาถึงก่อนแล้วค่อยถามเรื่องราวว่าความจริงเป็นอย่างไร ฟังความจากแมวข้างเดียว และวางแผนจะตีหมาให้ตาย จึงถือตะบองมาดักรอหมาอยู่ที่ประตูบ้าน หมามาถึงยังไม่ทันรู้เรื่องอะไร นึกว่ามาถึงบ้านแล้วเจ้าของจะแสดงความดีใจที่อุตส่าห์ไปเหน็ดเหนื่อยหาแหวนมาคืนให้ได้ มาถึงโดนตะบองผัวะ ๆ พร้อมกับด่าว่า

เอ็งมัวแต่ไปเล่นที่ไหน ไม่ยอมช่วยตามหาแหวนให้ข้า

หมารู้ว่าที่ตนถูกตีเพราะแมวใส่ความทำให้ตนเสื่อมเสีย หมาจึงแค้นแมวยิ่งนักอาฆาตว่า

คอยดูเถอะแมว เอ็งใส่ร้ายข้า ทำให้ข้าเสื่อมเสียอย่างนี้ คอยดูถ้าเอ็งลงดินเมื่อไร ข้าจะไล่กัดให้ตายคาปากคอยดูเถอะ

ตั้งแต่วันนั้นมาเจ้าของบ้านไม่ให้หมาขึ้นไปนอนบนบ้านอีก หมาจึงจำใจต้องนอนใต้ถุนบ้าน ส่วนแมวได้นอนฟูกสบายมาก ก็ด้วยเหตุที่แมวรู้จักประจบเจ้าของบ้านนั้นเอง และยังรู้จักใส่ความให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย หมาจึงได้ลงมานอนบนพื้นดิน (ใต้ถุนบ้าน) จนถึงปัจจุบันนี้

ด้วยสาเหตุดังกล่าวหมากับแมวจึงโกรธกัน พบหน้ากันเมื่อไรไล่กัดกันทุกครั้งไป


 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การเป็นคนหูเบา ฟังความข้างเดียว ทำให้ขาดความยุติธรรม
 
แหล่งที่มา  http://mothercorner.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Saturday, August 16, 2014

ช้างน้อยเอ็ดดี้กับแอปเปิลของโปรด




เธอชอบกินแอปเปิ้ลไหมจ๊ะ  รู้ไหม ช้างน้อยเอ็ดดี้ชอบกินแอปเปิ้ลที่สุด  ช้างน้อยเอ็ดดี้กล่าว

ฮิปโปเฮอร์บี้ก็ชอบกินแอปเปิ้ลเหมือนกันฮิปโปเฮอร์บี้พูดมั่ง

ต้นแอปเปิ้ลของลุงเบนกำลังออกลูกเต็มต้นเลย เป็นแอปเปิ้ลสีแดงหวานกรอบเสียด้วยสิ 

โอ้โห น่ากินจังเลย เราไปเก็บแอปเปิลกันเถอะช้างน้อยเอ็ดดี้ชวน

จะเก็บได้อย่างไรล่ะ ลูกแอปเปิลอยู่บนต้นสูงขนาดนั้น พวกเราเอื้อมไม่ถึงหรอกแพะกูฟฟี่ตอบ

แต่ช้างน้อยเอ็ดดี้มีวิธี ไปยกเก้าอี้เก่าตัวนั้นกัน

แล้วทั้งหมดก็ช่วยกันยกเก้าอี้เก่าตัวนั้นมาวางใต้ต้นไม้ จากนั้น ช้างน้อยเอ็ดดี้ก็ปีนขึ้นไปยืนบนโต๊ะ

เอื้อมถึงรึยัง ช้างน้อยเอ็ดดี้เพื่อนๆ ถาม ยังเอื้อมไม่ถึงเลย

แล้วช้างน้อยเอ็ดดี้ก็คิดออกอีก ไปยกเก้าอี้เก่าตัวนั้นกัน

แล้วทั้งหมดก็ช่วยกันยกเก้าอี้เก่าตัวนั้นมาวางบนโต๊ะเก่า แล้วช้างน้อยเอ็ดดี้ก็ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ แต่ก็ยังเอื้อมไม่ถึงลูกแอปเปิลอยู่ดี

  
ช้างน้อยเอ็ดดี้พยายามคิด คิด คิด ในที่สุดก็คิดออก

ฮิปโปเฮอร์บี้ ขึ้นมาบนนี้สิฮิปโปเฮอร์บี้ปีนขึ้นไปบนโต๊ะ ปีนขึ้นไปยืนบนช้างน้อยเอ็ดดี้ แต่ก็ยังเอื้อมไม่ถึงลูกแอปเปิลอยู่ดี

แพะกูฟฟี่ ขึ้นมาบนนี้สิ  

แพะกูฟฟี่ขึ้นไปยืนบนฮิปโปเฮอร์บี้  ฮิปโปเฮอร์บี้ยืนบนช้างน้อยเอ็ดดี้ ช้างน้อยเอ็ดดี้ยืนบนเก้าอี้ เก้าอี้ตั้งอยู่บนโต๊ะ

ลุงเบนได้ยินเสียงเอะอะนอกบ้าน จึงออกมาดู

ใครมาขโมยแอปเปิลของฉันน่ะ

ช้างน้อยเอ็ดดี้ตกใจมากจึงลื่นตกจากเก้าอี้ เก้าอี้ก็เลยหัก โต๊ะก็เลยพัง ช้างน้อยเอ็ดดี้ตกลงมา พลั่ก!  ฮิปโปเฮอร์บี้ตกลงมา พลั่ก!   แพะกูฟฟี่ตกลงมา พลั่ก!   


อุ๋ย !!!

โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย!

พวกเราขอโทษครับลุงเบน พวกเราทำผิดไปแล้ว

ใช่ พวกเธอทำผิดจริงๆลุงเบนตอบ ถ้าพวกเธออยากได้อะไร ก็ขอเจ้าของเขาดีๆ สิ เอ้า! รับไปสิ ลุงให้แอปเปิลนะ

ขอบคุณมากครับลุงเบน

อ้ำ! อ้ำ! อ้ำ! อืม แอปเปิลนี่อร่อยที่สุดเลย

แหล่งที่มา  pelangithai.com, http://baby.kapook.com/view95435.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Friday, June 13, 2014

ไก่แดงผจญสุนัขจิ้งจอก




กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีแม่ไก่อยู่ตัวนึง
มันอาศัยอยู่ในกระท่อมในป่าลึก
แม่ไก่มีเพื่อนมากมายทั้งคุณนกฮูก กระรอกน้อย คุณกระต่าย
จะมีก็แต่เจ้าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เท่านั้น ที่จะคอยเฝ้าทำร้ายแม่ไก่ตลอดเวลา
เพราะมันหวังจะจับแม่ไก่กินเป็นอาหารนั่นเอง

และในวันนึงแม่ไก่ไปทำธุระข้างนอก
เป็นโอกาสดีจริง ๆ เลย แม่ไก่ไม่อยู่แถมลืมปิดประตูอีก
เดี๋ยวเราแอบเข้าไปข้างในดีกว่า

เมื่อแม่ไก่กลับเข้าบ้าน เพื่อจะทำกับข้าวกิน
เจ้าหมาจิ้งจอกก็ปรากฏตัวขึ้น
นี่เจ้าหมาจิ้งจอกเข้ามาในบ้านข้าได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ
ข้าอุตส่าห์เฝ้ารอแม่ไก่ตั้งนานแล้ว ข้าไม่มีทางออกไปหรอก
นอกจากจะให้ข้าจับเจ้ากิน

ว่าแล้วสุนัขจิ้งจอกก็วิ่งไล่จับแม่ไก่ แม่ไก่ว่องไวมาก
ทำยังไงสุนัขจิ้งจอกก็จับแม่ไก่ไม่ได้
จนแล้วจนเล่าแม่ไก่ก็ตกลงมาจากหลังตู้
สุนัขจิ้งจอกจึงตะครุบและจับใส่ในถุงที่เตรียมมา
และแบกถุงเดินทางไปที่บ้านของมัน
ยิ่งแบกมันก็รู้สึกหนักขึ้นทุกที ๆ
แม่ไก่บอกให้เจ้าสุนัขพักซะหน่อย
แล้วบอกว่า ถึงยังไงข้าก็หนีไปไหนไม่ได้ เจ้ามัดปากถุงไว้แบบนี้
พอถึงต้นไม้มันก็นอนพักเอาแรง

พอเจ้าสุนัขจิ้งจอกหลับไปแล้ว
แม่ไก่ก็เอากรรไกรที่พกติดตัวตลอดเวลา
ขึ้นมาตัดที่ถุงย่าม และหนีออกไป
ก่อนที่แม่ไก่จะไป
มันก็เอาก้อนหินมาใส่แทน และเย็บปากถุงไว้เหมือนเดิม

สุนัขจิ้งจอกตื่นขึ้นมา
และแบกถุงรีบไปที่บ้านของมันเพื่อจะจับแม่ไก่ต้มกิน
โดยที่ไม่รู้ว่าในนั้นมีก้อนหินอยู่แทน
พอถึงบ้านมันก็เอาหม้อมาต้มน้ำร้อน
ด้วยความที่มันหิวมาก
ไม่ทันดูว่าในถุงย่ามไม่มีแม่ไก่อยู่แล้ว มีก้อนหินก้อนใหญ่อยู่แทน
มันเปิดถุงย่ามและเทลงไป
ทำให้หม้อพลิกคว่ำลงจากเตาไฟ
น้ำร้อนที่เดือดพล่านได้รดไปที่ตัวสุนัขจิ้งจอก
และมันก็รีบวิ่งไปที่ลำธาร มันกระโดดไปในน้ำอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่นั้นมา มันก็กลัวความฉลาดของแม่ไก่
มันไม่คิดจะจับแม่ไก่กินอีกเลย
เพราะมันรู้แล้วว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

  
แหล่งที่มา  นิทานก่อนนอน, http://baby.kapook.com
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/550987335653020531/

Friday, May 23, 2014

เจ้าชายกับนักพับกระดาษ






             กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กน้อยคนหนึ่ง เป็นคนที่มีความสามารถในการพับอย่างน่าอัศจรรย์ แม้ครอบครัวของเด็กน้อยคนนี้จะเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจน แต่ตัวเขาก็หวังว่าสักวันหนึ่ง พรอสวรรค์น้อยๆ ของเขาจะช่วยให้พ่อแม่มีชีวิตที่สุขสบายขึ้นได้บ้าง

            อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าชายองค์น้อยซึ่งเป็นโอรสของพระราชา ทรงนึกอยากได้ของเล่นแปลก ๆ ใหม่ ๆ เป็นของขวัยวันเกิด พระราชา ผู้เป็นพ่อ จึงป่าวประกาศให้ประชาชนนำของเล่นสุดวิเศษมาประกวดประขันกัน ซึ่งหากของเล่นของใครเป็นที่ถูกใจเจ้าชายมากที่สุด พระราชาก็จะปูนบำเหน็จให้แก่คนคนนั้นเป็นรางวัลอย่างงาม

            เมื่อวันประกวดของเล่นมาถึง ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ต่างก็นำของเล่นที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจมาให้เจ้าชายทรงตัดสิน แต่หลังจากที่เจ้าชายทรงทดลองเล่นของเล่นจนเกือบครบทุกชิ้นแล้ว สายตาของทุก ๆ คนในงานต่างก็จับจ้องไปที่เจ้าของของเล่นชิ้นสุดท้าย ซึ่งก็คือเด็กน้อยที่ยืนกอดกระดาษแผ่นใหญ่เอาไว้แนบอก

            ผู้เข้าร่วมงานเกือบทุกคนพากันหัวเราะเยาะเมื่อทราบว่า กระดาษที่เด็กน้อยกอดอยู่นั้น ก็คือของเล่นที่เด็กน้อยตั้งใจจะส่งเข้าประกวด แต่ทันทีที่เด็กน้อยลงมือพับกระดาษของเขา กระดาษที่แสนธรรมดา ก็กลายสภาพเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ทุกคนต่างคาดไม่ถึง

            เด็กน้อยเริ่มแสดงฝีมือด้วยการพับกระดาษเป็นดอกไม้ จากนั้น เขาก็คลี่กระดาษออกแล้ว เปลี่ยนดอกไม้ให้กลายเป็นผีเสื้อ และเพียงชั่วพริบตาเดียวหลังจากนั้น เด็กน้อยก็เปลี่ยนผีเสื้อให้กลายเป็นนก แล้วเขาก็จัดการดัดแปลงนก จนเกิดเป็นมังกรมีปีกที่ดูสง่างามได้อย่างน่าพิศวง

            เด็กน้อยพับกระดาษอย่างไม่ยอมหยุดพัก ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต่างก็พากันอ้าปากค้างต่อสิ่งมหัศจรรย์ที่พวกเขาได้เห็นอยู่ตรงหน้า

            และแล้ว...เวลาในการตัดสินก็มาถึง เจ้าชายทรงถูกใจของเล่นของเด็กน้อยมากที่สุด พระองค์ทรงชอบ ที่กระดาษแผ่นเดียว สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตามจินตนาการได้ไม่รู้จบ ในที่สุด พระราชาก็มอบรางวัลมูลค่ามหาศาลให้แก่เด็กน้อย ตามที่พระองค์ได้สัญญาเอาไว้

            เด็กน้อยนำรางวัลทั้งหมดมอบให้พ่อกับแม่ของเขา แต่โอกาสในการแสดงความสามารถของเด็กน้อยยังไม่สิ้นสุด ลงเพียงเท่านี้ เพราะเจ้าชายยังคงขอให้เด็กน้อยมาเป็นผู้สอนการพับกระดาษแบบใหม่ ๆ ให้แก่พระองค์อยู่เสมอ และเมื่อเจ้าชายได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระบิดา พระองค์ไม่ลืมที่จะแต่งตั้ง "เพื่อนนักพับ" ของพระองค์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง "ของเล่น" เพื่อให้นักพับกระดาษ ระดับโลกผู้นี้มีโอกาสได้ใช้พรสวรรค์น้อย ๆ ของเขา บันดาลความสุขและสร้างสรรค์จินตนาการให้เกิดขึ้นแก่เด็กทุกคน เฉกเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงได้สัมผัสมาด้วยตัวของพระองค์เอง


แหล่งที่มา  KARN.TV, http://baby.kapook.com/view24324.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต