Tuesday, June 4, 2013

ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก




ชายคนหนึ่งกำลังเดินไปตามถนนและกำลังครุ่นคิดอยู่  ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้  เขาหยุดเดินและมองไปรอบๆ แต่เขาก็มองไม่เห็นใครที่อยู่บริเวณนั้นเลย  และเมื่อเขาออกเดินอีกครั้ง เขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้อีกเป็นครั้งที่สอง
 

เขาจึงลองไปดูที่หลังพุ่มไม้ จึงได้พบว่า มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งมุดหน้าร้องไห้อยู่  เขาจึงเอ่ยถามเด็กน้อยขึ้นว่า

เจ้าหนูร้องไห้ทำไมจ๊ะ?   แล้วหนูชื่ออะไรล่ะ?”
ผมชื่อแดง ผมหลงทางและหาแม่ไม่เจอฮับ
งั้นตามฉันมา เราจะไปตามหาแม่ของหนูกัน   ชายผู้นั้นจึงเดินจูงมือเด็กน้อยไปที่สถานีตำรวจ 

ชายผู้นั้นบอกให้เด็กน้อยนั่งลงและเขาก็นำอาหารมาให้เด็กน้อยทาน

เมื่อเด็กน้อยหยุดร้องไห้ คุณตำรวจจึงขอให้เด็กน้อยบอกรูปร่างลักษณะของแม่ของเด็กน้อยเพื่อจะได้ตามหาแม่ของเด็กน้อยต่อไป

เด็กน้อยบอกคุณตำรวจว่า แม่ของผมสวยมาก แม่ของผมเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก

คุณตำรวจจึงพาเด็กน้อยไปเจอผู้หญิงที่สวยๆ ในละแวกนั้น แต่เด็กน้อยบอกคุณตำรวจว่า บรรดาผู้หญิงที่สวยๆ เหล่านั้น ไม่ใช่แม่ของเด็กน้อยเลย  แต่เด็กน้อยยังคงยืนยันว่า แม่ของเด็กน้อยสวยมาก

หลังจากที่เดินตามหากันเป็นเวลานาน คุณตำรวจก็นำเด็กน้อยกลับมาที่สถานีตำรวจ และก็คิดว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

และแล้ว มีหญิงยากจน ร่างกายผ่ายผอม ผมเผ้ายุ่งเหยิง แวะเข้ามาที่สถานีตำรวจ เพราะเธอได้ยินมาว่าคุณตำรวจกำลังช่วยเด็กน้อยตามหาแม่อยู่  หญิงคนนั้นแจ้งทางคุณตำรวจว่าเธอกำลังตามหาลูกชายอยู่และสงสัยว่าเด็กน้อยคนนั้นจะเป็นลูกชายของเธอ

เมื่อเด็กน้อยเห็นหญิงคนนั้น ก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ  คุณตำรวจมองหญิงคนนั้นและเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความเข้าใจ

สำหรับเด็กน้อยแล้ว แม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกเพราะแม่ของเขาได้ให้ทั้งความรักและการดูแลเอาใจใส่แก่เขาเป็นอย่างดี   เด็กน้อยไม่ได้มองแม่ของเขาที่หน้าตา แต่เด็กน้อยมองเข้าไปที่หัวใจซึ่งเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้แก่เขา

ใช่เลย.... แม่ คือ "ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก" สำหรับเด็กน้อยจริงๆ




Tuesday, May 28, 2013

การทำงานเป็นทีม คือ เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ



กาลครั้งหนี่งนานมาแล้ว  เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในป่าแห่งหนึ่ง  บรรดาผู้คนและเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันวิ่งหนีเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้  นกเค้าแมวก็กำลังบินหนีเช่นกัน 

ในขณะที่นกเค้าแมวกำลังบินอยู่นั้น นกเค้าแมวเหลือบไปเห็นนกน้อยตัวหนึ่งบินกลับไปยังจุดที่มีไฟไหม้ป่า  นกเค้าแมวรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก จึงหยุดยืนเกาะที่กิ่งไม้ๆ หนึ่ง เพื่อจะเฝ้าดูด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าทำไมนกน้อยตัวนั้น จึงบินตรงไปยังจุดที่ไฟกำลังไหม้อยู่

นกเค้าแมวยังได้สังเกตุเห็นอีกว่า นกน้อยตัวนั้นบินด้วยความเร่งรีบกลับไปกลับมาระหว่างแม่น้ำใกล้ๆ บริเวณนั้นกับจุดที่ไฟไหม้  ด้วยความสงสัย นกเค้าแมวจึงบินตรงไปยังนกน้อยตัวนั้นทันที

เมื่อบินเข้าไปใกล้ นกเค้าแมวจึงได้เห็นว่าที่นกน้อยตัวนั้นบินไปที่แม่น้ำ ก็เพื่อไปอมน้ำใส่ปากแล้วบินกลับไปยังจุดที่ไฟไหม้ และบ้วนหยดน้ำอันน้อยนิดนั้นลงไปในกองไฟ

นกเค้าแมวเห็นดังนั้น จึงบินขยับเข้าไปใกล้นกน้อยตัวนั้นอีก และถามขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า 

"นั่นเธอกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?  เธอโง่รึเปล่านะนั่น ที่กำลังจะดับไฟป่าด้วยวิธีการเช่นนั้นน่ะ  อันที่จริง เธอน่าที่จะหนีเพื่อเอาชีวิตรอดดีกว่านะ"

นกน้อยได้ฟังดังนั้น ก็หยุดบินชั่วขณะและหันไปมองที่นกเค้าแมวและตอบว่า

"ฉันคิดว่าฉันจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้"

นกเค้าแมวชอบใจความคิดของนกน้อยนี้  นกเค้าแมวจึงตัดสินใจช่วยนกน้อยอีกแรง และแล้วในที่สุดบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ และผู้คนทั้งหลาย ก็เข้ามาร่วมมือกันดับไฟป่าในครั้งนี้

จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ทุกคนยังจำได้ดีถึงวีรกรรมของนกน้อย นกเค้าแมว และบรรดาสัตว์และผู้คนมากมายที่ร่วมมือกันดับไฟป่าได้สำเร็จ

พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันและร่วมมือกันทำในสิ่งนั้นๆ เราก็จะสามารถประสบความสำเร็จและบรรลุถึงเป้าหมายได้ในที่สุด ดังคำกล่าวที่ว่า "การทำงานเป็นทีม คือ เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ" จริงๆ

Saturday, May 25, 2013

ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอก




สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเดินผ่านมาเห็นไก่ฟ้าเกาะอยู่บนกิ่งไม้สูง ข้างทาง มันอยากจะกินไก่ฟ้าเป็นยิ่งนักจึงคิดหาอุบายเเล้วเอ่ยขึ้นว่า 

"ไก่ฟ้าเอ๋ย ท่านช่างเป็นสัตว์ที่งดงามนัก ปีกของท่านมีสีสัน สดใสหลายสี ปากก็งดงามไม่เหมือนใคร อยากรู้จังว่าถ้าท่าน หลับตา เเล้วยังจะงามอยู่หรือไม่" 


ไก่ฟ้าได้ฟังคำยกยอก็หลงเคลิบเคลิ้ม รีบหลับตาอวดทันที สุนัขจิ้งจอกก็รีบฉวยโอกาสนั้นกระโดดงับตัวไก่ฟ้าไว้ได้ 

เมื่อไก่ฟ้าพลาดท่า เเต่ก็ยังมีสติ จึงเอ่ยขึ้นว่า 

"จิ้งจอกเอ๋ย ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงอันไพเราะของท่าน อีกครั้งได้ไหม" 

สุนัขจิ้งจอกได้ฟังคำป้อยอก็หลงกล รีบอ้าปากเห่าคำราม ไก่ฟ้าจึงรีบบินหนีจากไปทันที 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คำยกยอปอปั้นทำให้คนหลงเคลิบเคลิ้มจนไม่ระวังตนได้เสมอ 

แหล่งที่มา  http://tinyzone.tv/BedStoryDetail.aspx?ctpostid=132#bedtime

Thursday, May 23, 2013

หนูและกบเจ้าเล่ห์






           วันหนึ่งหนูที่อาศัยอยู่ในชนบทตัวหนึ่ง คิดอยากจะเข้าไปเที่ยวในเมือง มันจึงจัดเตรียมข้าวของแล้วเริ่มต้นออกเดินทางเข้าเมือง ระหว่างทางอากาศค่อย ๆ ร้อนขึ้น ทำให้เจ้าหนูรู้สึกอ่อนเพลียและกระหายน้ำ มันจึงแวะหยุดพักที่ริมบึงใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อหาน้ำดื่มให้ร่างกาายสดชื่นขึ้นและหาผลไม้กินให้อิ่มท้อง 

 
          ใกล้ ๆ บึงใหญ่แห่งนั้น เป็นที่อาศัยของกบตัวหนึ่ง เมื่อหนูเห็นกบ มันจึงเดินรี่เข้าไปหาแล้วขู่บังคับให้กบพามันข้ามไปยังอีกฟากหนึ่ง แต่กบปฏิเสธ เจ้าหนูจึงใช้กำลังเข้าทำร้ายกบ จนกบต้องยอมแพ้และตกลงที่จะพาหนูข้ามฟากไป เจ้าหนูกลัวกบจะปล่อยมันทิ้งไว้กลางทาง จึงเอาเชือกมาผูกขาของมันและขาของกบไว้ด้วยกัน เมื่อกบพาหนูไปถึงกลางบึง มันก็หยุดว่ายน้ำ เพื่อแกล้งให้หนูจมน้ำตาย หนูตะเกียกตะกายเพื่อไม่ให้ตัวเองจมน้ำ โดยมีเจ้ากบมองด้วยความสะใจ ขณะนั้นเองมีเหยี่ยวตัวหนึ่งบินผ่านมาเห็นเข้า มันจึงตรงเข้าโฉบเอาสัตว์ทั้งสองไปกินเป็นอาหาร     

 

โดย : คุณครูเบญจมาศ อยู่เชื้อ
โรงเรียนศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

Thaigoodview.com , http://baby.kapook.com/view26230.html

Wednesday, May 1, 2013

ลูกหมีกับลูกลิง



ลูกหมีกับลูกลิงเป็นเพื่อนรักกัน ทั้ง 2 ตัวชอบออกไปเล่นด้วยกันเสมอ 


ลูกหมีตัวอ้วนกลม ปุ๊กลุ๊ก แต่ลูกลิงตัวผอม แขนขายาว เวลาไปเที่ยวกัน ลูกลิงจะวิ่งนำไปก่อน ลูกหมีค่อยๆ วิ่งตามไป ลูกหมีชอบกินน้ำผึ้ง จึงชอบปีนต้นไม้ ลูกลิงชอบกินผลไม้ จึงชอบปีนต้นไม้เช่นกัน 



วันหนึ่งลูกลิงบอกว่า ตนปีนต้นไม้เก่งกว่าลูกหมี ถ้าไม่เชื่อจะปีนต้นไม้ให้ดู แล้วลูกลิงก็ปีนขึ้นต้นไม้ พลางห้อยโหนตัวไปมา ลูกลิงโยนตัวจากกิ่งนี้ไปกิ่งโน้น ลูกหมีกล่าวชื่นชมเสียงดัง ลูกลิงได้ยินดังนั้นก็ลำพองใจ โยนตัวอย่างแรงจนไม่ได้ดูกิ่งไม้ จึงคว้ากิ่งไม้พลาดจึงตกตุ้บลงมา ลูกหมีหัวเราะเสียงดังลั่น 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

แหล่งข้อมูลที่มา  http://www.tinyzone.tv