Thursday, May 23, 2013

หนูและกบเจ้าเล่ห์






           วันหนึ่งหนูที่อาศัยอยู่ในชนบทตัวหนึ่ง คิดอยากจะเข้าไปเที่ยวในเมือง มันจึงจัดเตรียมข้าวของแล้วเริ่มต้นออกเดินทางเข้าเมือง ระหว่างทางอากาศค่อย ๆ ร้อนขึ้น ทำให้เจ้าหนูรู้สึกอ่อนเพลียและกระหายน้ำ มันจึงแวะหยุดพักที่ริมบึงใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อหาน้ำดื่มให้ร่างกาายสดชื่นขึ้นและหาผลไม้กินให้อิ่มท้อง 

 
          ใกล้ ๆ บึงใหญ่แห่งนั้น เป็นที่อาศัยของกบตัวหนึ่ง เมื่อหนูเห็นกบ มันจึงเดินรี่เข้าไปหาแล้วขู่บังคับให้กบพามันข้ามไปยังอีกฟากหนึ่ง แต่กบปฏิเสธ เจ้าหนูจึงใช้กำลังเข้าทำร้ายกบ จนกบต้องยอมแพ้และตกลงที่จะพาหนูข้ามฟากไป เจ้าหนูกลัวกบจะปล่อยมันทิ้งไว้กลางทาง จึงเอาเชือกมาผูกขาของมันและขาของกบไว้ด้วยกัน เมื่อกบพาหนูไปถึงกลางบึง มันก็หยุดว่ายน้ำ เพื่อแกล้งให้หนูจมน้ำตาย หนูตะเกียกตะกายเพื่อไม่ให้ตัวเองจมน้ำ โดยมีเจ้ากบมองด้วยความสะใจ ขณะนั้นเองมีเหยี่ยวตัวหนึ่งบินผ่านมาเห็นเข้า มันจึงตรงเข้าโฉบเอาสัตว์ทั้งสองไปกินเป็นอาหาร     

 

โดย : คุณครูเบญจมาศ อยู่เชื้อ
โรงเรียนศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

Thaigoodview.com , http://baby.kapook.com/view26230.html

Wednesday, May 1, 2013

ลูกหมีกับลูกลิง



ลูกหมีกับลูกลิงเป็นเพื่อนรักกัน ทั้ง 2 ตัวชอบออกไปเล่นด้วยกันเสมอ 


ลูกหมีตัวอ้วนกลม ปุ๊กลุ๊ก แต่ลูกลิงตัวผอม แขนขายาว เวลาไปเที่ยวกัน ลูกลิงจะวิ่งนำไปก่อน ลูกหมีค่อยๆ วิ่งตามไป ลูกหมีชอบกินน้ำผึ้ง จึงชอบปีนต้นไม้ ลูกลิงชอบกินผลไม้ จึงชอบปีนต้นไม้เช่นกัน 



วันหนึ่งลูกลิงบอกว่า ตนปีนต้นไม้เก่งกว่าลูกหมี ถ้าไม่เชื่อจะปีนต้นไม้ให้ดู แล้วลูกลิงก็ปีนขึ้นต้นไม้ พลางห้อยโหนตัวไปมา ลูกลิงโยนตัวจากกิ่งนี้ไปกิ่งโน้น ลูกหมีกล่าวชื่นชมเสียงดัง ลูกลิงได้ยินดังนั้นก็ลำพองใจ โยนตัวอย่างแรงจนไม่ได้ดูกิ่งไม้ จึงคว้ากิ่งไม้พลาดจึงตกตุ้บลงมา ลูกหมีหัวเราะเสียงดังลั่น 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

แหล่งข้อมูลที่มา  http://www.tinyzone.tv

Saturday, April 20, 2013

อัศวินหนูผู้กล้า



          ในโรงนาแห่งหนึ่งที่มีหนูอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และที่นี่ยังมีเจ้าแมวแก่จอมโหดตัวหนึ่งที่คอยไล่จับหนูกินตามอำเภอใจ เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า แมวโหดตัวนี้ก็แก่ตัวลง เริ่มไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะวิ่งไล่จับหนูอีก เจ้าแมวแก่จึงครุ่นคิดหาวิธีจับหนูกินโดยไม่ต้องออกแรง

          วันหนึ่ง แมวเฒ่าเจ้าเล่ห์ได้เรียกหนูทั้งโรงนามาประชุมเพื่อขอสงบศึก "หนูทั้งหลายนับแต่นี้ต่อไป ข้าสัญญาว่าจะเลิกไล่ตะครุบพวกเจ้ากินเสียที แต่ขอให้พวกเจ้าสำนึกบุญคุณที่ข้าไว้ชีวิต พวกเจ้าต้องเดินแถวเรียงหนึ่งผ่านหน้าข้าทั้งเช้าและเย็น พร้อมทั้งเอามือแตะไว้ที่หน้าผากแล้วก้มหัวต่ำ ๆ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพข้าด้วย ตกลงไหม"

          พวกหนูต่างดีใจกันยกใหญ่ที่จะไม่โดนจับกินอีกแล้ว พวกหนูรีบตกลงทำตามอย่างไม่สงสัย เมื่อถึงเวลา พวกหนูก็เดินเรียงแถวพร้อมทั้งทำความเคารพเจ้าแมว ซึ่งก็แกล้งนอนหมอบนิ่ง แต่ทันที่ที่หนูตัวสุดท้ายเดินเกือบพ้นแมวไป เจ้าแมวแก่ก็ตระครุบจับกิน โดยที่หนูตัวอื่นไม่ทันสังเกตเห็นเพราะมัวแต่ก้มหัวต่ำ เจ้าแมวแก่จอมเจ้าเล่ห์ใช้วิธีนี้จับหนูกินเรื่อยมา
 
          จนกระทั่งวันหนึ่งหนูสองตัวคู่หู โจอี้ กับ ปีเตอร์ สังเกตเห็นว่าจำนวนประชากรหนูลดลงทุกวัน ทั้งสองเริ่มสงสัยเจ้าแมวแก่ จึงวางแผนเพื่อสืบหาความจริงเรื่องนี้ แผนการมีอยู่ว่า ต่อไปนี้การออกไปหาอาหารทุกครั้งให้หนูปีเตอร์ และโจอี้เป็นเดินตัวแรกและตัวสุดท้ายปิดท้ายขบวนเสมอ และตลอดการเดินหนูคู่หูทั้งสองก็จะตะโกนเรียกชื่อกันและกันอยู่เสมอ

          ปีเตอร์ "โจอี้ นายเป็นยังไงบ้าง"
          ฝ่ายโจอี้ก็ร้องตอบ "ทุกอย่างเรียบร้อยปีเตอร์"
          ทำเช่นนี้ก็จะรู้ว่าหนูทุกตัวยังอยู่ครบและปลอดภัยดี

           ฝ่ายแมวแก่เจ้าเล่ห์เมื่อ เจอวิธีแบบนี้เข้าก็ไม่สามารถหาช่องทางจับหนูกินได้ เพราะนอกจากจะคุมแถวแล้วโจอี้กับปีเตอร์ยังเตือนให้เหล่าหนูคอยระวังอย่าไว้ ใจเจ้าแมวแก่อีกด้วย เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปหลายวันแมวแก่หิวโซจนทนไม่ไหวเมื่อขบวนหนูเดินผ่านมา อีกครั้ง แมวแก่ก็กระโดดเข้าตะปบขบวนหนูอย่างบ้าคลั่ง แต่พวกหนูระวังตัวอยู่แล้วจึงวิ่งหนีลงรูได้ทุกตัว จากนั้นไม่นานเจ้าแมวแก่ก็อดตาย


          และสองหนูคู่หูโจอี้กับปีเตอร์ ก็ได้รับการยกย่องเป็น "อัศวินหนูผู้กล้าหาญ" ของบรรดาหนูโรงนาตั้งแต่นั้นมา

แหล่งที่มา  http://baby.kapook.com, KARN.TV

Sunday, April 7, 2013

หมากับเงา



หมาตัวหนึ่งคาบก้อนเนื้อเดินข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง ขณะที่มันกำลังเดินอยู่บนสะพานนั้น มันได้ชำเลืองลงไปในน้ำเบื้องล่าง มันได้เห็นหมาอีกตัวหนึ่งซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเงาของตัวมันเอง กำลังคาบก้อนเนื้ออีกก้อนหนึ่ง 



มันเกิดความโลภขึ้นจนทนไม่ไหว จึงได้กระโจนลงไปในน้ำเพื่อที่จะแย่งก้อนเนื้ออีกก้อนหนึ่งจากเงาของมันเอง 

 
แน่นอนมันย่อมหมดหวังที่จะได้ก้อนเนื้อก้อนนั้น และซ้ำร้ายก้อนเนื้อที่มันคาบมาด้วยนั้นยังตกลงไปในแม่น้ำ และจมลงสู่ก้นแม่น้ำในที่สุด  

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 
ความโลภอยากได้ทุกสิ่งจะทำให้สูญเสียทุกสิ่ง ความตะกละจะทำให้พลาดจากสิ่งที่หวัง และผู้ที่อยากได้ในสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับตน สมควรจะสูญเสียสิ่งที่ตนมีอยู่ ถ้าจะพูดแบบไทยๆก็คือ "โลภนักมักลาภหาย "

แหล่งที่มา  http://www.baanjomyut.com 
ภาพ   www.momchannel.com

Monday, March 4, 2013

นิทานก่อนนอน....นิทานใบไม้



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดอกไม้และใบไม้ยังไม่ได้รวมอยู่บนต้นเดียวกันอย่างเช่นทุกวันนี้ มันต่างก็แยกกันอยู่ อีกทั้งเหล่าใบไม้ก็ไม่ได้มีแต่สีเขียว หากแต่มีหลากหลายสีสันงดงามนัก
 
..แต่ดอกไม้กลับมีเพียงสีขาวเท่านั้น ใบไม้รวมอยู่กับหมู่ใบไม้ด้วยกัน มีแต่ความร่าเริง มีนิสัยรักสนุก ต่างจากดอกไม้ที่อยู่อย่างเงียบเหงา เดียวดาย แม้จะอยู่รวมกันคุยกันกับหมู่ดอกไม้ด้วยกัน แต่ดอกไม้แต่ละดอกต่างมีความคิด และวาดฝันเป็นของตัวเอง เธอเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร 

บ่อยครั้งที่เธอมองไปที่ใบไม้ แล้วนึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของสีสันสวยงามนั้นบ้าง แต่ดอกไม้ดอกเล็กและเสียงเบาเกินกว่าที่จะเรียกใบไม้ให้หันมา
 
กระทั่งวันหนึ่ง ... ใบไม้เกิดรู้สึกเบื่อสีสันของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นดอกไม้น้อยสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งเข้า ใบไม้ไม่รู้จักสีขาวมาก่อน เขาไม่รู้ว่าสีขาวเป็นอย่างไร เพราะใบไม้ต่างก็มีสีสันกันทุกใบ 

ใบไม้เกิดหลงใหลในความอ่อนหวานละมุนละไมของดอกไม้น้อยในทันที แต่ในความอ่อนหวานนั้นดูเหมือนจะมีความเหงาแฝงอยู่ด้วย ใบไม้จึงเข้าไปถามดอกไม้ว่า
 
"ดอกไม้ เธอช่างมีสีขาวสวยเหลือเกินแต่ทำไมเธอจึงดูเงียบเหงาอย่างนี้เล่า" ดอกไม้น้อยแหงนมองใบไม้กิ่งใหญ่ แข็งแรงก่อนจะตอบกลับไปว่า
 
"สีขาวซีดอย่างนี้หรือสวย ฉันอยากจะมีสีสันอย่างเธอบ้างจัง มันคงจะทำให้ฉันมีชีวิตชีวาขึ้นมาก"
 
ใบไม้ได้ฟังแค่นั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องช่วยเหลือ ดูแล และปกป้องดอกไม้น้อยดอกนี้ เขาจึงบอกเธอไปว่า
 
"มาซิดอกไม้ ฉันช่วยเธอได้นะ ถ้าเพียงเธอมาอยู่กับฉัน ฉันจะทำให้เธอมี ชีวิตชีวาขึ้นเอง"
 
ดอกไม้น้อยไม่รอช้ารีบตอบตกลงในทันที เมื่อดอกไม้ไปอยู่กับใบไม้แล้ว ใบไม้ก็ให้การดูแลเธออย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำเพื่อเธอ ถ่ายทอดออกมาเป็นสีสันสวยงามให้กับดอกไม้
 
แล้ววันหนึ่งเมื่อดอกไม้น้อยมองลงไปในลำธาร เธอก็เห็นเงาตัวเองเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีสวยที่มีชีวิตชีวา แต่เมื่อหันไปมองที่ใบไม้ เขากลับกลาย เป็นสีเขียวที่ดูอบอุ่นนัก ดอกไม้น้อยถามใบไม้ว่า
 
" ใบไม้ นี่ฉันแย่งสีสันในชีวิตเธอมารึเปล่านะ "
ใบไม้ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า
" ไม่หรอก ทุกวันนี้เธอคือสีสันในชีวิตฉัน ฉันไม่ต้องการสีสันอะไรอีกแล้ว"
ฉันมีเพียงความสบายใจที่ได้เห็นเธอมีความสุข"  

จากนั้นมา ดอกไม้กับใบไม้ก็อยู่ร่วมกันเป็นต้นไม้ที่อบอุ่น บนรากของความรัก ที่หยั่งลึกลงไปใน
ผืนดินของหัวใจ
 
ด้วยเหตุนี้ ใบไม้จึงมีสีเขียว สีเขียวที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา เพราะเมื่อเรามองดูสีเขียวเมื่อไร เราจะรับรู้ได้ถึงความสบายใจของใบไม้ที่เห็นดอกไม้น้อยของเขามีความสุข 

ส่วนดอกไม้ขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ อ่อนหวาน ละมุนละไมนั้น ดอกไม้คงไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้หายไป จึงยังคงมีดอกไม้สีขาวให้เราเห็นมาจนทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน ...


แหล่งที่มา   http://bouck.exteen.com