Sunday, November 4, 2012

กับดักหนู



หนูตัวหนึ่งแอบมองลอดรอยแตกของกำแพง
เพื่อดูว่าชาวนากับภรรยาของเขาแกะห่ออะไร
จะเป็นอาหารอะไรหนอเจ้าหนูสงสัย
มันแทบล้มทั้งยืน
เมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นคือ
กับดักหนู
มันจึงวิ่งหัวซุกหัวซุน
ไปที่ทุ่งนา แล้วส่งเสียงร้องเตือน
มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน!
 แม่ไก่ร้องกุ๊กๆ และคุ้ยเขี่ยไปมา มันผงกหัวขึ้นแล้วพูดว่า
คุณหนู นี่คงเป็นเรื่องเศร้าสำหรับเธอ แต่มันไม่มีผลอะไรกับฉันหรอกนะ อย่ากวนใจกันเลย


เจ้าหนูวิ่งไปหาหมูและบอกแก่มัน
มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน!
หมูเห็นอกเห็นใจ แต่ก็พูดว่า
ฉันขอโทษนะคุณหนู แต่ฉันคงทำได้แค่สวดมนต์เท่านั้น ไม่ต้องห่วงฉันจะสวดมนต์ให้เธอด้วย


เจ้าหนูวิ่งไปหาวัว และพูดว่า
มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน! มีกับดักหนูอยู่ในบ้าน!
วัวตอบว่า โธ่! คุณหนู ฉันก็เสียใจด้วยนะ แต่มันไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฉันนี่

ดังนั้น เจ้าหนูจึงกลับเข้าบ้าน
นอนลงและเศร้าใจเหลือเกิน
ที่จะต้องเผชิญหน้ากับกับดักหนูเพียงลำพัง

กลางดึกคืนนั้น
เสียงๆ หนึ่งดังก้องไปทั้งบ้าน ฟังเหมือนเสียงกับดักหนูได้จับเหยื่อของมันแล้ว
ภรรยาของชาวนารีบรุดไปดูว่าอะไรที่ถูกจับ
ในความมืดนั้นเธอไม่เห็นว่ามีงูพิษถูกกับดักนั้นหนีบหางเอาไว้
งูกัดภรรยาของชาวนา ชาวนาจึงรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาล
ตอนกลับบ้านเธอมีไข้สูง ใครๆ ก็รู้ว่าเราต้องพยาบาลคนป่วยด้วยซุปไก่
ดังนั้นชาวนาจึงหยิบขวานเดินไปที่ทุ่งเพื่อฆ่าไก่มาทำซุป

แต่อาการป่วยของภรรยาก็ยังไม่ดีขึ้น
เพื่อนฝูงและเพื่อนบ้านต่างมาเยี่ยมดูใจ
เพื่อเลี้ยงอาหารพวกเขา ชาวนาจึงฆ่าหมูซะ

ภรรยาของชาวนาก็ยังไม่หาย ในที่สุดเธอก็ตายลง
ผู้คนมากมายต่างมางานศพของเธอ
ชาวนาจึงฆ่าวัวเพื่อให้ได้เนื้อมากพอมาเลี้ยงแขก

เจ้าหนูมองลอดรอยแตกของกำแพงด้วยความเสียใจสุดแสน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คราวหน้า หากคุณรู้ว่าใครสักคน กำลังเผชิญปัญหาและคิดว่าไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย
จำไว้นะว่า เมื่อพวกเราคนใดคนหนึ่งถูกคุกคาม เราทุกคนต่างตกอยู่ในอันตราย!
เพราะทุกคนล้วนเกี่ยวพันกันอยู่ในการเดินทางที่เรียกว่า ชีวิต
เราต้องคอยเฝ้าดูแลกันและกัน และพยายามให้กำลังใจอีกคนเข้าไว้
แหล่งที่มา  www.88foto.com

Saturday, November 3, 2012

ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก นาฬิกา


ในขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับสบายอยู่นั้น  ยังมีเสียงดัง ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก แว่วมา  เสียงของใครกันนะ  นั่นเป็นเสียงของ “คุณตัวกลม”  นาฬิกาปลุกสีแดงที่ยังเดินแผ่วๆอยู่ในความมืด ท้องฟ้าใกล้สว่างแล้วซินะ นาฬิกาน้อยแสนขยันทำหน้าที่ของตัวเองมาตลอดทั้งคืน อีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาสั่นกระดิ่ง ปลุกด.ญ.สายไหมแล้ว นาฟิกาน้อยตื่นเต้นขึ้นทุกขณะที่เข็มเดินไปข้างหน้า 

จะมีใครรู้ไหมหนอว่าเหล่านาฬิกาเขาตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองแค่ไหน เพื่อจะไม่ให้เดินผิดพลาดไปแม้สักนาทีเดียว คติของพวกนาฬิกาก็คือ แม้ว่าตัวเองจะเป็นแค่เครื่องจักรเล็กๆ แต่ก็จะไม่ยอมทำงานผิดพลาดเลย พวกเรานาฬิกา รักษาเวลา ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้เราตัวเล็ก แต่ก็สำคัญ เดินผิดพลาดนั้น ทำคนวุ่นวาย

โอ๊ยมัวแต่ร้องเพลงเชียร์เพลินเลยเรา ถึงเวลาปลุกแล้ว  กรี๊งงงงงง เสียงนาฬิกาดังขึ้น ด.ญ.สายไหม พลิกตัวแล้วค่อยๆยืดแขนขึ้นไปจับนาฬิกากดปุ่มปิดเสียงอย่างงัวเงีย ห้าว...เช้าแล้วซิ เด็กสาวตากลม ผมสั้นลุกขึ้นจากเตียงนอนไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมไปโรงเรียนเหมือนทุกวันขอบใจนะจ๊ะคุณตัวกลมที่ปลุกฉันคุณตัวกลมยิ้ม..เราโชคดีจังที่เป็นนาฬิกาของสายไหม

ณ บ้านติดกันนั้นก็ยังมีนาฬิการูปอุลต้าแมน สุดเท่ กำลังร้องเพลงปลุกดังสนั่น แต่ในใจของนาฬิกาอุลต้าแมนนั้นหวาดกลัวมาก เพราะเขาเป็นนาฬิกาปลุกของตังเม เด็กชายจอมกวนที่ปิดเสียงนาฬิกาด้วยการขว้างมันลงพื้นทุกวันน่ะซี นั่นๆ ตังเมพลิกตัวแล้ว กลิ้งมาทางนี้แล้ว เค้าจับชั้นแล้ว โอ๊ย..อย่านะ อั่ก เสียงนาฬิกาถูกขว้างลงบนพื้นตามเคย นาฬิกาอุลต้าแมนจุกจนต้องเงียบเสียงลงในที่สุด เฮ้อทำไมเราต้องมาเป็นนาฬิกาของนายตังเมจอมโหดด้วยนะ

วันนี้นาฬิกาอุลต้า รู้สึกว่าเข็มยาวของเขาเดินขยับผิดปกติแล้ว มันออกแรงยกมากขึ้นเพื่อหมุนเข็มให้ขยับเดินต่อไป แต่ก็ทำได้ไม่ดีพอ แย่แล้วซิเรา วันต่อๆไปอาการของเข็มยาวก็ยิ่งชัดเจนขึ้นหลังถูกขว้างๆ ๆ ๆ จนในที่สุดคืนก่อนวันสอบของด.ช.ตังเม นาฬิกาอุลต้า ผืนทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาเดินช้าลงถึง 1 ชม. ซึ่งนั่นก็ทำให้ตังเมตื่นสายกว่าปกติ แต่เขาก็ยังไม่รู้ตัว จนไปถึงโรงเรียน ปรากฏว่าเพื่อนๆในห้องเริ่มทำข้อสอบกันแล้ว มาสายซะแล้วซี เป็นไปได้ไงเนี่ย

เขาแปลกใจมาก เมื่อรู้ว่าสาเหตุเพราะนาฬิกาของเขาเดินช้าลงมาก จึงรีบเอาไปซ่อมและคุณช่างก็เตือนว่าอย่าทำให้นาฬิกาตกพื้นบ่อยๆนะเครื่องจะ รวนเสียหายแบบนี้แหละ

ด.ช.ตังเม ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะไม่ขว้างนาฬิกาอุลต้าแมนอีกแล้วเพราะเขาเข็ดแล้วไม่อยากไปโรงเรียนสายอีก

แหล่งที่มา   www.karn.tv




Friday, November 2, 2012

คนขี้เหนียวกับทองคำ


ชายคนหนึ่งเป็นคนขี้เหนียว เขามักจะเอาสมบัติฝังดินไว้รอบๆ บ้านไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์

ต่อมาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทองไว้หลาย เเห่ง เขาจึงขายสมบัติทั้งหมดเเล้วซื้อทองคำเเท่งหนึ่ง มาฝังไว้ที่หลังบ้าน เเล้วหมั่นไปดูทุกวัน

คนใช้ผู้หนึ่งสงสัยจึงเเอบตามไปดูที่หลังบ้าน เเล้วก็ขุด เอาทองเเท่งไปเสีย

ชายขี้เหนียวมาพบหลุมที่ว่างเปล่าในวันต่อมา ก็เสียใจ ร้องห่มร้องไห้ไปบอกเพื่อนบ้านคนหนึ่ง

เพื่อนบ้านจึงเเนะนำประชดประชันว่า

"ท่านก็เอาก้อนอิฐใส่ในหลุมเเล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไรท่านก็ไม่เอามาใช้อยู่เเล้ว"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 
"ของมีค่า ถ้าไม่นำมาทำให้เกิดประโยชน์ก็ย่อมเป็นของไร้ค่า

แหล่งที่มา   http://xn--o3cdbi8era7aon.net



Monday, October 29, 2012

ใครโง่กว่ากัน



มีชายสองคนพี่น้อง คนพี่ชื่อดำเป็นคนขยันทำมาหากิน เงินทองที่หามาได้ก็รู้จักใช้จ่าย
จนมีเงินเก็บอยู่บ้าง ส่วนคนน้องชื่อแดงเป็นคนเกียจคร้าน ไม่เอาใจใส่ต่อการทำงาน ได้เงินมา
ก็ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ไม่มีเงินเก็บหอมรอมริบ คอยแต่เบียดเบียนนายดำผู้พี่ ยิ่งไปกว่านั้นถ้านายดำ
เผลอเมื่อไหร่ เป็นอันต้องถูกนายแดงขโมยเงินเสมอ ไม่ว่านายดำจะซุกซ่อนเงินไว้ตรงไหน

อยู่มาวันหนึ่งนายดำต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน จึงคิดหาวิธีที่จะซ่อนเงินที่มีอยู่หนึ่งพันบาท
ให้มิดชิดที่สุด คิดอยู่นานก็หาที่ซ่อนไม่ได้ จะเอาซ่อนตรงไหนๆ ก็เกรงว่านายแดงจะมาขโมยไป

ในที่สุดก็ตัดสินใจขุดหลุมฝังซ่อนไว้ดีกว่า จึงลงจากเรือนคว้าจอบใส่บ่าเดินออกหลังบ้าน
แล้วขุดหลุมเอาเงินห่อกระดาษใส่ลงก้นหลุม เอาดินกลบและดูความเรียบร้อย ดูไปดูมานายดำก็คิดว่า
"นี่ถ้านายแดงมาเห็นรอยเรากลบ หลุมไว้อย่างนี้ คงต้องรู้ว่าเราฝังเงินเอาไว้แน่"

พลันความคิดของนายดำก็เกิดขึ้น เอาอย่างนี้ดีกว่าเราเขียนป้ายมาปักไว้ที่หลุมนี้ว่า
"เงินหนึ่งพันบาทของนายดำ ไม่ได้อยู่ในหลุมนี้" นายแดงก็คงจะไม่สงสัยเป็นแน่
คิดแล้วนายดำก็จัดการเขียนป้ายดังกล่าวมาปักไว้ที่หลุม เสร็จแล้วก็จัดแจงแต่งตัวออกจากบ้านไป

ฝ่ายนายแดงหลังจากเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่หลายวัน จนเงินหมดจึงกลับบ้าน ไม่พบพี่ชาย
จึงได้โอกาสเหมาะเที่ยวค้นหาเงิน เชื่อว่าพี่ชายจะต้องซ่อนไว้ที่ไหนซักแห่งแน่ ค้นหาบนบ้านอยู่นาน
ก็ไม่พบ จึงเดินลงจากเรือนไปค้นตามหลังบ้าน ก็พบป้ายหนึ่งเขียนไว้ว่า
"เงินหนึ่งพันบาทของนายดำไม่ได้ อยู่ในหลุมนี้"

เมื่อนายแดงอ่านป้ายดูแล้วก็เกิดความสงสัยว่า เมื่อไม่มีเงินแล้วจะเขียนป้ายบอกไว้ทำไม
จึงลงมือขุดดู ก็พบเงินที่ซ่อนไว้ เมื่อได้เงินมาแล้วนายแดงเกิดนึกขึ้นได้ว่า ถ้าพี่ชายกลับมาเห็น
เงินในหลุมหายไปก็คงโทษเราแน่ อย่ากระนั้นเลยเราเขียนป้ายปักไว้ดีกว่า เมื่อพี่ชายมาเห็นจะได้
คิดว่าเราไม่ได้เอาไป คิดดังนั้นแล้วนายแดงก็จัดการเขียนป้ายมาปักไว้ที่หลุมว่า
"เงินหนึ่งพันบาทในหลุมนี้นายแดง ไม่ได้เอาไป"

แหล่งที่มา   www.momyweb.com

Friday, October 26, 2012

เด็กโง่กับปลาตัวโต


           เด็กชายคนหนึ่งชอบไปนั่งเล่นอยู่ที่ริมแม่น้ำ เฝ้าดูชาวประมงตกปลาเป็นประจำทุกวัน
วันหนึ่ง ชาวประมงได้มอบปลาตัวโตให้แก่เด็กชายด้วยความเอ็นดู

            เด็กชายจึงถอดเสื้อแล้วหอบปลาตัวโตนำกลับไปบ้านด้วยความดีใจ หวังจะให้พ่อแม่ปรุงเป็นอาหารให้เอร็ดอร่อย 

            แต่ระหว่างทางนั้น เด็กชายเห็นปลาดิ้นอยู่ตลอดเวลาจึงคิดในใจว่า

           “สงสัยเจ้าปลาคงจะหิวน้ำเป็นแน่ถ้าเราไม่ให้มันได้กินน้ำ เดี๋ยวมันจะตายเสียก่อนถึงบ้าน พ่อกับแม่ก็คงจะต่อว่าเราเป็นแน่

            เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กชายก็เดินไปที่ริมแม่น้ำแล้วแก้ห่อเสื้อออกพลางปล่อยปลาลงสู่แม่น้ำ
 
           “ลงไปกินน้ำให้อิ่มนะ แล้วเดี๋ยวค่อยขึ้นมาใหม่

             เด็กชายกระทำเช่นนั้นแล้วก็นั่งรออยู่ ส่วนปลาตัวโตนั้นเมื่อลงสู่น้ำได้ก็รีบว่ายหายไปทันที
เด็กชายนั่งรออยู่นานแสนนาน จนกระทั่งเย็นย่ำก็ไม่เห็นปลาตัวโตโผล่ขึ้นมาอีกเลย
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : 
การปล่อยโอกาสงามๆ ให้หลุดลอยไปนั้นย่อมยากที่จะหวนกลับคืนมาได้อีก

แหล่งที่มา    www.fable.deksiam.in.th