Wednesday, October 17, 2012

นายพรานกับผู้ขมังธนู


    กาลครั้งหนึ่งในป่าอันเป็น ที่อยู่ของบรรดาสรรพสัตว์ ได้มีพรานป่าผู้ขมังธนูคนหนึ่งเข้ามาล่าสัตว์ ทำให้สัตว์ทั้งหลายพากันเตลิดหนีไปด้วยความตกใจกลัว ยกเว้นพญาราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่าตัวเดียวเท่านั้นที่ใจกล้า ไม่ยอมหนี ทำท่าจะกระโจนเข้าต่อสู้กับนายพราน

    "ช้าก่อน" นายพรานร้องห้าม "ข้าจะส่งทูตไปเจรจากับเจ้า"

    นายพรานยิงลูกศรไปถูกชาย โครงของราชสีห์ ผู้เป็นเจ้าป่ารู้สึกเจ็บปวดส่งเสียงร้องโหยหวนแล้ววิ่งเตลิดเข้าไปในดงไม้ ทึบ เมื่อหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นเจ้าป่าวิ่งเตลิดหนีมาจึงรีบเข้าไปสอบถาม

    "ข้าเห็นท่านกำลังจะต่อสู้กับนายพรานไม่ใช่หรือ แล้วเหตุไฉนจึงหนีมา ทำไมไม่ขับไล่ศัตรูของพวกเราออกไปจากป่า"

    "เจ้าอย่ามายุซะให้ยากเลย" ราชสีห์ตอบด้วยความครั่นคร้าม "แค่ทูตของมันยังทำให้ข้าต้องเจ็บปวดถึงเพียงนี้ แล้วผู้เป็นเจ้านายของทูตจะมีฤทธิ์ขนาดไหน"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....
ผู้โง่เขลาย่อมไม่สามารถพิจารณาแยกแยะว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง และสิ่งใดคือกลลวง

แหล่งที่มา   www.momyweb.com

 

Saturday, October 13, 2012

นิทาน หนูน้อยนิด



          กาลครั้งหนึ่ง ยังมีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เด็กหญิงคนนี้ตัวเล็กมาก เล็กจนยืนบนใบไม้และลอยเล่นในสระน้ำได้ เธอมีชื่อว่า "หนูน้อยนิด" หนูน้อยนิดมีหน้าตาน่ารัก กิริยาดี และชอบเล่นอยู่ในสวนตลอดวัน

          พอถึงเวลากลางคืน หนูน้อยนิดจะลงไปนอนในเปลือกถั่ว ใช้กลีบกุหลาบทำเป็นผ้าห่ม คืนหนึ่ง ขณะที่หนู่น้อยนิดกำลังหลับ แม่กบตัวหนึ่งเดินมาพบ "แหม ช่างน่ารักจริง ๆ" แม่กบพูด ฉันจะพาหนูไปหาลูกชายของฉัน แม่กบตรงเข้าอุ้มหนูน้อยนิด พาไปบ้านของแม่กบ พอรุ่งเช้าหนูน้อยนิดตื่นขึ้นมาเห็นแม่กบและลูกชายอยู่ใกล้ ๆ ลูกชายของแม่กบพูดว่า "เธออยู่กับฉันที่นี่นะ" หนูนิดร้องไห้ อ้อนวอนว่า "ฉันอยากกลับบ้าน" ปลาที่อยู่ในน้ำได้ยินเสียงอ้อนวอน ของหนูนิดก็สงสาร จึงช่วยกันกัดก้านบัวจนขาด แล้วให้ผีเสื้อตัวหนึ่ง ลากจูงใบบัวพาหนูน้อยนิดหนีไป

          แล้วจู่ ๆ ก็มีแมลงตัวใหญ่ตัวหนึ่ง โฉบเอาหนูน้อยนิดขึ้นจากใบบัว พาหนูน้อยนิดบินไปในป่า ที่นั่นมีแมลงอยู่มากมาย "แปลกจริง" แมลงพูด ทำไมเธอมีขา 2 ขา ไม่ใช่หกขาอย่างพวกเรา ปีกก็ไม่มี แล้วพวกแมลงก็พากันบินหนีไปหมด หนูน้อยนิดต้องเดินอยู่ในป่าตามลำพัง

          บังเอิญพบหนูนาใจดี หนูนาสงสาร จึงพูดกับหนูน้อยนิดว่า "เธอไปอยู่กับฉันที่บ้านเถอะนะ" หนูนาชอบหนูน้อยนิด เพราะหนูน้อยนิดอ่านนิทานสนุก ๆ ให้หนูนาฟัง หนูนามีเพื่อนตัวหนึ่งชื่อ "อ้นใหญ่" บ้านของอ้นอยู่ใต้ดิน อันใหญ่สวยมาก หนูนาจึงอยากให้หนูน้อยนิดแต่งงานด้วย

          วันหนึ่ง อ้นจัดงานขึ้นที่บ้าน จึงเชิญหนูนา กับหนูน้อยนิดไปด้วย ในขณะที่กำลังเดินทางไปบ้านของอ้น หนูน้อยนิดพบนกนางแอ่น ซึ่งบินหนีอากาศหนาวจากทางเหนือ หนูน้อยนิดได้ช่วยเหลือนกนางแอ่น ให้ได้ที่อาศัย และอาหาร จนนกนางแอ่นแข็งแรง

          เมื่อถึงวันที่หนูน้อยนิดจะต้องแต่งงานกับอ้นใหญ่ หนูน้อนนิดรู้สึกเศร้าใจ ที่จะต้องไปอยู่ใต้ดินที่แสนมืด จึงออกมายืนเศร้าอยู่ ครู่หนึ่ง ก็มีนกนางแอ่นบินโฉบเข้ามาหา แล้วพูดว่า "ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบอยู่ใต้ดิน" ฉันจะพาเธอบินไปทางใต้ นกนางแอ่นพาหนูน้อยนิดบินผ่านป่า ภูเขา มีดอกไม้ดอกใหญ่ดอกหนึ่ง ตรงกลางดอกมีเจ้าชายรูปงามยืนอยู่ นกนางแอ่นปล่อยหนูน้อยนิด ให้ลงยืนใกล้ ๆ เจ้าชาย

          เจ้าชายทรงสวมมงกุฎลงบนศีรษะของหนูน้อยนิด และแต่งตั้งให้หนูน้อยนิด เป็น "เจ้าหญิงกลีบดอกไม้" ติดปีกบาง ๆ ใสแจ๋ว ให้ที่หลัง หนูน้อยนิดจึงสามารถบินไปกับเจ้าชาย เที่ยวชมดอกไม้ในที่ต่าง ๆ ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

แหล่งที่มา  กระปุกดอทคอม 
ภาพ           www.bloggang.com

 

Friday, October 5, 2012

นก วัวและแมว


เช้าวันนั้นอากาศหนาวเย็นสุดๆ เสียงลมพัดอู้ข้ามท้องทุ่งโล่ง พัดเอาเปลือกและใบข้าวโพดหมุนเคว้งคว้างไปมา ในขณะที่ลมกระโชกเสียงหวีดดังและกระแทกประตูโรงนาดัง..กึงกัง..กึงกัง..  นกน้อยตัวหนึ่งต่อสู้อย่างสิ้นหวังที่จะบินข้ามทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และตกลงใกล้ๆโรงนานั้น

ตัวนกน้อยนั้น..เปียกปอนสกปรก เพื่อจะข้ามทุ่งหญ้าไปยังรังของมันให้ได้ มันได้พยายามบินขึ้นและตกลงมาแล้วหลายครั้ง  นกน้อยเหน็บหนาวและสิ้นเรี่ยวแรง..รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย

วัวตัวหนึ่งอยู่ใกล้ๆ จ้องมองที่นกน้อยและเคลื่อนตัวหันก้นของมันมาทางนก ในขณะที่ปากเคี้ยวเอื้อง..หยับ..หยับ..อยู่   ในขณะที่นกกำลังหวาดกลัวสุดขีด กลัวว่าจะถูกวัวเหยียบ  วัวก็ถ่ายมูลก้อนเบ้อเริ่มลงบนตัวนก
ในตอนแรก นกน้อยสุดจะ เซ็งหดหู่และสิ้นหวัง  มันโกรธแค้นวัวเป็นที่สุด..ที่ทำเหมือน..ซ้ำเติมให้ยิ่งทุกข์ยาก  มันพยายามต่อสู้ดิ้นรนที่จะให้หลุดออกมาจากกองขี้วัว  แต่เพียงครู่เดียวก็เริ่มรู้สึกว่า มันไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไปแล้ว  ขี้ที่เพิ่งออกจากตัววัว มีความร้อนพอจะทำให้ร่างกายของเจ้านกน้อยที่น่าสงสารอบอุ่นขึ้น
 
นกน้อย ที่คิดว่าตัวเองกำลังจะตายไปแล้วด้วยสภาพอากาศอันเลวร้าย กำลังจะรอดชีวิตด้วยขี้วัวโสโครกที่ไม่ทราบเลยว่าตกลงบนตัวของมันด้วยเจตนาของวัวหรือไม่?

เจ้านกรู้สึกเป็นสุขเหลือเกิน เหมือนตายแล้วเกิดใหม่  เมื่อกระแสลมสงบลง มันจึงโผล่หัวออกมาจากกองขี้วัว  และเริ่มต้นร้องเพลงด้วยความลิงโลดใจ


โชคร้ายที่แมวในโรงนานั้นได้ยินเสียงเพลง  จึงคาบเอานกออกมาจากกองขี้วัวและกินเสีย
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผู้ที่นำความยากลำบากมาให้อาจไม่ใช่ เพื่อทำร้ายเรา ส่วนผู้ที่นำเราออกจาก ความยากลำบากก็อาจไม่ใช่ เพื่อที่จะช่วยเรา และเมื่อได้ลิ้มรส ความสุข ก็อย่าด่วนลิงโลดใจจนเกินไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง   www.kwamru.com



Friday, September 28, 2012

กากับเหยือกน้ำ


 
                   กาลครั้งหนึ่ง วันหนึ่งในฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัด  พระอาทิตย์ได้ส่องแสงแผดเผาไปทั่วทุกแห่งหน น้ำในห้วย หนอง คลอง บึง แห้งผาก จนไม่มีน้ำเหลือติดอยู่เลย  กาตัวหนึ่ง พยายามบินหาน้ำดื่มด้วยความหิวกระหาย จนกระทั่งมันบินมาถึงบ่อน้ำแห่งหนึ่ง และเห็นเหยือกน้ำขนาดใหญ่ใบหนึ่งตั้งอยู่
ที่ก้นของเหยือกน้ำใบนั้น มีน้ำขังอยู่ มันอยากจะกินน้ำในเหยือกน้ำใบนี้ให้ได้
.
                    แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เจ้ากาก็ไม่สามารถที่จะเอาปาก ยื่นลงไปกินน้ำในเหยือกน้ำนั้นได้เสียที  ด้วยความโมโหหิวน้ำ กาจึงคาบก้อนหินโยนใส่เหยือกน้ำ และสังเกตเห็นว่าน้ำในเหยือกเอ่อขึ้นมา

                    ดังนั้นมันจึงพยายามคาบก้อนหินทีละก้อนใส่ในเหยือกน้ำ จนน้ำสูงขึ้นมาถึงปากคอเหยือก
ด้วยเหตุนี้ กาตัวนั้นจึงได้กินน้ำจนอิ่ม

 **********************   

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า    ::     ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

แหล่งข้อมูลที่มา   หนังสือนิทานอีสป ของสำนักส่งเสริมสุขภาพ
                                 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  

Saturday, September 8, 2012

ต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย

 https://pixabay.com/photos/children-picture-apple-tree-tablet-184575/


         นานมาแล้วมีต้นแอปเปิ้ลใหญ่อยู่ต้นนึง และก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนนึง ชอบเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ และเล่นรอบ ๆ ต้นไม้นี้ทุก ๆ วัน เขาปีนขึ้นไปบนยอดของต้นไม้ และก็กินผลแอปเปิ้ล และก็นอนหลับไปภายใต้ร่มเงาของต้นแอปเปิ้ล เขารักต้นไม้ และต้นไม้ก็รักเขา เวลาผ่านไป เด็กน้อยโตขึ้น และเขาไม่มาวิ่งเล่นรอบ ๆ ต้นไม้ทุกวันอีกแล้ว


          วันหนึ่ง เด็กน้อย กลับมาหาต้นไม้ เด็กน้อยดูเศร้า "มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม
         " ฉันไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ แล้วนะ ฉันไม่อยากเล่นรอบ ๆ ต้นไม้อีกแล้ว ฉันต้องการของเล่น ฉันอยากได้เงินไปซื้อของเล่น" เด็กน้อยตอบ
         "ฉันไม่มีเงินจะให้....เก็บลูกแอปเปิ้ลของฉันไปขายสิ เพื่อเอาเงินไปซื้อของเล่น" ต้นไม้ตอบ

         เด็กน้อยตื่นเต้นมาก เขาเก็บลูกแอปเปิ้ลไปหมด และจากไปอย่างมีความสุข
         หลังจากเขาเก็บแอปเปิลไปหมดแล้ว เขาก็ไม่กลับมาหาต้นไม้อีกเลย
         ....ต้นไม้ดูเศร้า...

         วันหนึ่ง เด็กน้อยกลับมา เขาดูโตขึ้น ต้นไม้รู้สึกตื่นเต้นมาก
         "มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม
         " ฉันไม่มีเวลามาเล่นหรอก ฉันมีครอบครัวแล้ว ฉันต้องทำงานเพื่อครอบครัวของฉันเอง
         เราต้องการบ้าน ช่วยฉันได้ไหม"

         "ฉันไม่มีบ้านจะให้ แต่... ตัดกิ่งก้านของฉันไปสิ ....เอาไปสร้างบ้าน"
         ดังนั้นเด็กน้อยตัดกิ่งก้านทั้งหมดของต้นไม้ไป และจากไปอย่างมีความสุข

         อีกครั้งที่ต้นไม้ถูกทิ้งให้เดียวดาย และเศร้า....
         วันหนึ่งในฤดูร้อน เด็กน้อยกลับมาต้นไม้ดีใจมาก
         "มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม
         "เปล่า ฉันรู้สึกผิดหวังกับชีวิต และเริ่มแก่ขึ้น ฉันอยากแล่นเรือไปพักผ่อนไกล ๆ ให้เรือฉันได้ไหม"
         " ใช้ลำต้นของฉันได้ เอาไปสร้างเรือ เพื่อเธอจะได้เล่นเรือไปและมีความสุข" ต้นไม้ตอบ


          ดังนั้นเด็กน้อยตัดลำต้นของต้นไม้ไปสร้างเรือ เขาล่องเรือไป และไม่เคยกลับมาอีกเลย หลายปีผ่านไป ในที่สุดเด็กน้อยกลับมา คราวนี้เขาดูแก่ลงไปมาก

         "ฉันเสียใจ ฉันไม่เหลืออะไรจะให้อีกแล้ว ไม่มีผลแอปเปิ้ลให้ ....ฉันไม่มีลำต้นให้ปีนอีกแล้ว"
         "ฉันไม่มีฟันจะกินแล้ว ฉันปีนไม่ไหว และฉันก็แก่แล้ว" เด็กน้อยตอบ
         "ฉันไม่มีอะไรเหลือให้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือ มีเพียงรากที่กำลังจะตาย"

         "ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่อยากได้ที่พักพิง ฉันเหนื่อยมาหลายปีแล้ว"
         "รากของต้นไม้แก่ ๆ จะเป็นที่พักพิงของหนูได้....มาสิ นั่งลงข้าง ๆ ฉัน ...หลับให้สบาย...."

         เด็กน้อยนั่งลงข้าง ๆ ต้นไม้ดีใจ ยิ้ม...และน้ำตาไหล....

         นี่เป็นเรื่องสำหรับทุก ๆ คน ต้นไม้ในเรื่องคือพ่อแม่ เมื่อเราเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เรารักที่จะเล่นกับพ่อกับแม่... เมื่อเราโตขึ้น เราทอดทิ้งพ่อ และแม่ และกลับมาหาท่าน เมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อเรามีปัญหา ไม่ว่าอย่างไร...พ่อและแม่ของเราก็จะอยู่และให้ทุกสิ่งอย่างที่ท่านทำได้....หวังเพียงแค่เรามีความสุข

          คุณอาจจะคิดว่า "เด็กน้อย" ในเรื่องโหดร้าย แต่นั่นคือความจริงที่สะท้อนให้เห็นว่า พวกเราทำกับผู้มีพระคุณอย่างไร?

         ....แล้วต้นไม้ของคุณล่ะ ....เด็กน้อย ....???



https://pixabay.com/illustrations/girl-child-children-kids-running-313651/


แหล่งที่มา  https://baby.kapook.com/view45546.html



Tuesday, August 21, 2012

ดินสอ กับ ยางลบ


ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น
ทั้งคู่ไปไหนมาไหน ด้วยกันทำอะไรด้วยกัน
หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน
มันจึงเขียนทุกที่ ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ
หน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบ ทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ทุกเวลา

เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา
จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า "เรากับนายคง อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว"
ยางลบจึงถามว่า "ทำไมล่ะ"
ดินสอจึงตอบกลับไปว่า "ก็เรา เขียนนายลบแล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย"
ยางลบจึงเถียงว่า "เราทำตามหน้าที่ของ เราเราไม่ผิด"
ทั้งคู่จึงแยกทางกัน

ดินสอพอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่ สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน
แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิดข้อความที่สวยๆ ที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรกมีแต่ รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับ ใจ

ฝ่าย ยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้อง เปื้อนอีกต่อไป พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีอะไรให้ลบ มันคิดถึง ดินสอจับใจ

ทั้งคู่จึงกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่
คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลงเขียน แต่สิ่งที่ดี
ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิด เท่านั้น

ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำ
ดินสอ ในตอนแรกก็จำทุกเรื่อง ทั้งดีและไม่ดี แต่พอเปลี่ยนไป มันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆเท่านั้น

ส่วนการลบเปรียบเหมือนการลืม
ยางลบ ในตอนแรก ก็ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี แต่ทุกครั้งที่ลืม ตัวมันก็จะสกปรกแต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่เรื่องไม่ดี ซึ่งก็คือการให้อภัยนั่นเอง

ฉะนั้นการเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจ มิตรภาพ คือ การจำแต่สิ่งดีๆ และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง ที่สุดแล้ว ขอให้ทุกคน เป็นอย่างดินสอกับอย่างลบในตอนหลัง